สุดเวทนา สาวใหญ่ ถูกรื้อบ้านใช้หนี้ 5 ชีวิต แทบไม่มีที่ซุกหัวนอน

250
รื้อบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ได้รับการร้องเรียนมีชาวบ้านถูกรื้อหลังคาและฝาบ้าน เพื่อเอาไปใช้หนี้ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 1 ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง พบ นางกันติญา ด้วงอ่อน 53 ปี พร้อมบุตรสาวที่กำลังท้อง บุตรเขย หลานสาววัย 8 ขวบ และหลานชายวัย 12 ขวบ ต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ที่มีแค่ฝาผนังปูน บนเนื้อที่ 27 ตารางวา ไม่มีหลังคาและประตู หน้าต่าง

เนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถูกทางสถาบันการเงินในพื้นที่ อำเภอศรีบรรพต ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ฟ้องบังคับคดี พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชายฉกรรจ์อีก 3 ถึง 4 คน มารื้อหลังคาบ้าน พร้อมถอดเอาประตูหน้าต่าง เพื่อชดใช้หนี้สินที่อดีตสามีกู้เงินมา เมื่อ 10 ปีก่อน ในวงเงิน 15000 บาท

โดยนายกันติญา เล่าว่า วันที่มีคนมารื้อบ้านรู้สึกเสียใจ หมดแรง และรู้สึกสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะพาครอบครัวดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ได้แต่ปล่อยโฮ เพราะทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเงิน ที่จะไปใช้หนี้ เพียงลำพังประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัววันละ 100 ถึง 150 บาท ซ้ำบางวัน ก็ได้ไม่ถึงร้อยบาท ต้องประหยัดให้พออยู่พอกินถึง 5 ชีวิต ช่วงที่ถูกรื้อบ้านใหม่ๆ เหมือนชีวิตสิ้นหวัง เพราะบ้านหลังดังกล่าว ตนมีความผูกพัน เป็นที่อยู่อาศัยมานานร่วม 20 ปี รู้สึกแย่ จนไม่อยากจะทำอะไร แต่ก็ไม่เคยคิดสั้น เพราะรู้ว่าตัวเองมีภาระอีก 4 ชีวิต ที่ต้องดูแล

นางกิตติญา เล่าต่อว่า หลังจากถูกรื้อหลังคาบ้าน ตน และสมาชิกในครอบครัว ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว โดยใช้แผ่นพลาสติกใส และผ้าเก่าๆ กั้นเป็นหลังคา เพื่อกั้นแดด กันน้ำค้าง อยู่กันไปทั้ง 5 ชีวิต อย่างยากลำบาก ช่วงนี้ยิ่งลำบากหนัก เพราะมีฝนตกลงมา ผ้าและแผ่นพลาสติกใสเอาไม่อยู่ น้ำฝนเจิ่งนองทั้งบ้าน โชคยังดี เพื่อนบ้านมีใจเมตตาให้อาศัยนอนเพื่อหลบฝน

ล่าสุด เมื่อปีที่ผ่านมาลูกสาวมีสามีใหม่ และกำลังท้องได้ 7 เดือน ผลการตรวจล่าสุดหมอบอกว่า เด็กในท้องมีการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์ รายได้ของครอบครัว ในส่วนที่บุตรสาวรับจ้างทำงานก่อนหน้านี้ก็หดหายไป สามีใหม่ของบุตรก็ไม่มีงานทำ ตนจึงมีภาระเพิ่มมากขึ้น โชคดีที่หลานชายวัย 12 ขวบ รู้ประสีประสา ช่วยทำงานรับจ้างทุกอย่าง

นางกันติยา เล่าต่ออีกว่า หนี้ก้อนดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่ตนยังอยู่กินกับสามี ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยสามีตน เป็นคนกู้เงินมาจากสถาบันการเงินในพื้นที่ อำเภอศรีบรรพต จำนวน 15000 บาท ระบุในสัญญา สามีเป็นคนกู้ ส่วนตนเป็นคนค้ำประกัน ช่วงแรกๆ ตนก็พยายามทำงานหาเงินมาจ่ายหนี้ แต่ต่อมาไม่นานครอบครัวมีปัญหา ต้องเลิกกับสามี ตนต้องแบกรับภาระดูแลลูกสาววัย 28 ปี กับหลาน ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอีก 2 คน หลังจากที่สามีของบุตรสาวได้เลิกรากันไป ครอบครัวอดมื้อกินมื้อแต่ก็ต้องทน มีที่ดินเปล่าอยู่บริเวณหน้าบ้านเล็กน้อย ก็อาศัยปลูกผัก ไว้ผัดกินยามที่ไม่มีกับข้าว

นางกิตติญา กล่าวต่อว่า ขอเพียงมีบ้านได้อาศัย หลบแดด หลบฝน ทั้งลูก ทั้งหลาน จะได้ไม่ลำบาก เพียงลำพังตน ชีวิตนี้คงไม่มีปัญญา แม้จะไม่เคยคิดง้อมืองอเท้า ทำงานทุกอย่างที่ได้รับว่าจ้าง หากแต่เงินที่ได้มา แทบจะไม่พอกินกับสมาชิกในครอบครัว