มารู้จัก 5 อาการจิตเวช จาก ซีรีย์มาแรง It’s Okay to Not Be Okay ให้เราเข้าใจโรคต่างๆ ให้ดีขึ้น

0
49
อาการจิตเวช

นาทีนี้ถ้าจะพูดถึงซีรีย์เกาหลีที่กำลังมาแรง ที่มีแฟนๆ รอติดตามทุกสัปดาห์ทาง Netflix ล่ะก็ คงหนีไม่พ้นซีรีย์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ซีรีย์โรแมนติก ที่บอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดของแต่ละตัวละคร ผ่านภาพสวยๆ โปรดักชั่นงามๆ และภาพนิทานที่สอดแทรกเข้ามาในเรื่อง แต่นอกจากนั้น ก็คือ การถ่ายทอดอาการจิตเวชของแต่ละตัวละครออกมา ให้คนดูตีความ

เราจึงอยากชวนเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับโรคจิตเวชของตัวละครในเรื่อง และโรคทางจิตเวชทั้งหมดมีสาเหตุ อาการ และการดูแลอย่างไร เพื่อให้เราเข้าใจผู้ป่วยโรคต่างๆ มากขึ้นค่ะ

1.ภาวะด้านชาต่อความรู้สึก (Alexithymia)

อาการจิตเวชแรก ที่เราจะพูดถึงก็คือ ภาวะด้านชาต่อความรู้สึก หรือ Alexithymia เป็นอาการที่ผู้ป่วยจะเกิดความด้านชาต่อความรู้สึก อยู่ในภาวะอธิบายความรู้สึกไม่ได้ รวมถึงไม่สามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของคนอื่นได้ เหมือนโกมุนยองนางเองของเราในเรื่อง ที่อารมณ์ต่างๆ มาจากการเลียนแบบคนอื่นๆ ไม่มีความกลัว เศร้า หรือตกใจ จากฉากที่นางเอกเห็นการตายของแม่ เป็นต้น

สาเหตุ

-กรรมพันธุ์ : ความผิดปกติในยีนส์ที่ส่งต่อมาจากกรรมพันธ์ก็คือสาเหตุหนึ่งของผู้ป่วยโรคนี้
-สภาพแวดล้อม : มีการวิจัยที่เผยว่าสภาพแวดล้อมส่งผลต่อการเกิดภาวะด้านชาต่อความรู้สึก เช่น การถูกกระทำรุนแรงในวัยเด็ก การพบเห็นเหตุการณ์สะเทือนใจ เป็นต้น
-สมองได้รับการกระทบกระเทือน : หากสมองส่วน Anterior Insula ได้รับบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

อาการ

-มีปัญหาด้านการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก หรือการรับรู้อารมณ์ของตัวเอง
-สับสนการแสดงออกทางภาษากายกับความรู้สึกภายในจิตใจ
-มีปัญหาด้านการสื่อสารและการรับรู้อารมณ์คนรอบข้าง
-ไม่สามารถจดจำการแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้ เช่น การแสดงสีหน้าหรือน้ำเสียง

การดูแล

คนที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคนี้ต้องมีความอดทน ใจเย็น และมีความเข้าอกเข้าใจผู้ป่วยอย่างมาก รวมถึงไม่ตัดสินการกระทำของผู้ป่วยผ่านการแสดงออก หมั่นให้กำลังใจ เอาใจใส่ และปฏิบัติต่อผู้ป่วยให้เหมือนคนปกติทั่วไปมากที่สุด

2.โรคต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder)

อาการจิตเวชที่เราจะพูดถึงต่อไปก็คือ โรคต่อต้านสังคมของโกมุนยองอีกเช่นกัน จะสังเกตได้ว่า ในเรื่องนางเอกมักละเมิดกฎระเบียบของสังคมบ่อยๆ เช่น การสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ การฆ่าสัตว์เล็กๆ อย่างผีเสื้อหรือปลา อีกทั้งยังชอบลักเล็กขโมยน้อย อาการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่ง ของโรคต่อต้านสังคม ที่ผู้ป่วยจะเพิกเฉยต่อสังคมและคนรอบข้าง อาจทำลายทรัพย์สิน ลักขโมย หยาบคาย ทำร้ายคนหรือสัตว์อื่น รวมถึงไม่สามารถรถระงับอารมณ์ตัวเองเวลาโกรธหรือถูกยั่วยุ

สาเหตุ

-กรรมพันธุ์ : เป็นโรคที่เกิดจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ที่ส่งผลให้การทำงานของสมองผิดปกติ
-สภาพแวดล้อม : โรคนี้ก็เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากปมวัยเด็กได้เช่นกัน รวมถึงหากพ่อแม่มาการของโรค เด็กที่ถูกเลี้ยงมาไม่ว่าจะเป็นลูกแท้ๆ หรือลูกบุญธรรมก็อาจเกิดอาการนี้ได้ด้วยเช่นกัน

อาการ

-อารมณ์รุนแรงเวลาโกรธ ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
-ไม่มีความรู้สึกผิดหรือความรับผิดชอบ
-ก้าวร้าว ทำร้ายร่างกายคนหรือสัตว์ รวมถึงทำลายสิ่งของสาธารณะ
-ทำผิดกฎระเบียบของสังคมทั้งในระดับเล็กและใหญ่

การดูแล

ความจริงแล้วการสร้างภาวะที่มั่นคงทางอารมณ์นั้นต้องดูแลและเอาใจใส่ตั้งแต่ยังเด็กโดยเฉพาะในช่วงปีแรก แต่สำหรับผู้ที่ต้องใกล้ชิดผู้ป่วยโรคนี้ต้องใจเย็น มีสติ ค่อยๆ ขัดเกลาความคิดและทัศนคติ รวมถึงแนะนำแนวทางการปฏิบัติตัวให้พวกเขา รวมถึงให้พวกเขาเห็นแบบอย่างที่ดีเพื่อเป็นต้นแบบในการเรียนรู้พฤติกรรมด้วย

การดูแลผู้ป่วยบางครั้งก็สร้างความเครียดให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างมากจนเกิดอาการเครียด นอนไม่หลับจนอ่อนล้าอ่อนเพลีย ลองมองหาวิธีแก้อาการนอนไม่หลับหรือตัวช่วยผ่อนคลายอื่นๆ มาทำให้เราหลับง่ายขึ้น อย่างวิตามินช่วยนอนหลับก็ได้ เพราะการพักผ่อนคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามีพลังดูแลผู้ป่วยต่อไปค่ะ

3.ภาวะผีอำ (Sleep Paralysis)

อาการผีอำที่คนไทยชอบเรียก จริงๆ แล้วก็คือภาวะที่เรียกว่า Sleep Paralysis ที่นางเอกในเรื่องมักเป็นบ่อยๆ เวลาเธอนอนจะเห็นผู้หญิงตัวดำหรือภาพลี้ลับเหนือจินตนาการจนทำให้ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ ซึ่งก็คืออาการผีอำแบบที่เราคุ้นเคยกันนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเห็นภาพหลอน ร่างกายขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ รู้สึกอึดอัดคล้ายถูกกดทับ และยังเป็นร่วมกับอาการจิตเวชอื่นๆ ได้ด้วย

สาเหตุ

-กรรมพันธุ์ : โรคนี้สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ โดยจะเรียกว่าโรคผีอำตามกรรมพันธุ์ (Familial Sleep Paralysis)
-ความเครียด : การเข้านอนทั้งที่ยังเหนื่อยหรือเครียด อาจทำให้สารเคมีในสมองกับสารเคมีในร่างกายทำงานไม่สัมพันธ์กันจนเกิดอาการกดค้างแบบภาวะผีอำในที่สุด

อาการ

-รู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้
-รู้สึกอึดอัดคล้ายหายใจไม่ออก ไม่สามารถเปล่งเสียงได้
-เมื่อหลุดจากอาการเหล่านี้จะยังคงจดจำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

การดูแล

ความจริงแล้วอาการนี้ไม่ใช่โรคอันตรายค่ะ สามารถดูแลได้ด้วยการให้ผู้ป่วยเข้านอนเป็นเวลา ไม่เข้านอนทันทีหากเหนื่อยหรือเครียดมากๆ อาจหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมง แต่หากเป็นอาการเรื้อรังหรือเกิดขึ้นบ่อยๆ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับยามากิน เช่น ยาอิมิพรามีน (Imipramine) จะช่วยให้หลับสนิทขึ้น ร่วมกับแนะนำให้ผู้ป่วยตั้งสติ พยายามหายใจเข้าออกลึกๆ ภาวะผีอำก็จะหายไปเองค่ะ

ภาวะผีอำสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยจิตเวชเท่านั้น หากเราเกิดอาการเหล่านี้ อย่าตกใจค่ะ ลองใช้การนอนสมาธิเข้ามาช่วยก็ได้ นั่นคือการกำหนดลมหายใจ หายใจเข้าและออกให้ลึกๆ ยาวๆ ก็จะช่วยลดความอึดอัดจนกว่าเราจะหลุดจากอาการผีอำได้ ใครเกิดภาวะนี้บ่อยๆ ลองสำรวจตัวเองว่าเรากำลังเหนื่อยหรือเครียดอยู่หรือเปล่า ลองหาเวลาพัก เดินทางท่องเที่ยวไปผ่อนคลายจิตใจดูบ้างก็ดีนะคะ

4.ออทิสติก (Autistic Disorder)

ออทิสติกเป็นอาการจิตเวช ที่แสดงออกผ่านตัวละครพี่ชายของพระเอกอย่าง มุนซังแท โดยพฤติกรรมของเขา จะปรากฎออกมาให้เราเห็นอยู่เรื่อยๆ ทั้งในแบบที่ปกติและแสดงออกรุนแรง ในแต่ละฉากอาการก็จะต่างกันไป เพราะอาการของโรคนี้ มีหลากหลายมากและอาจแสดงออกมาไม่เหมือนกันเลยในแต่ละคนค่ะ

สาเหตุ

ในบรรดาโรคทางจิตเวชทั้งหมด โรคออทิสติกหรือออทิซึ่ม เป็นโรคความผิดปกติของพัฒนาการเด็กที่รู้จักกันมานานนับ 60 ปีแล้ว แต่แพทย์และนักวิชาการก็ยังหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ อาจเกิดได้ทั้งจากความผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การที่แม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือการกินยาบางประเภท เช่น ยาต้านชัก เป็นต้น

อาการ

ปกติแล้วอาการจะหลากหลายมาก แต่ละคนจะแสดงออกไม่เหมือนกัน
ไม่สามารถทำกิจกรรมที่มีลำดับขั้นตอนได้ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเปลี่ยนลำดับขั้นได้ยาก
อยู่ไม่สุข โบกมือหรือกลอกตาไปมา
หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้
แสดงความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจังและมักทำซ้ำๆ เช่น เล่นของเล่นชิ้นเดียวซ้ำๆ เป็นต้น
ขาดการรับรู้ด้านทิศทางและสัญลักษณ์
การดูแล

ปรับทัศนคติใหม่ให้เข้าใจว่าเด็กหรือผู้ป่วยโรคนี้สามารถพัฒนาได้ ยอมรับในตัวตนของผู้ป่วย ตั้งสติ ไม่ท้อแท้ ไม่กล่าวโทษคนรอบข้าง ควรหากิจกรรมที่เหมาะสมกับเขาและปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

5.ไบโพลาร์ (Bipolar)

เป็นอาการของตัวประกอบอย่างลูกชายสส.ชื่อดังในเรื่องที่เป็นไบโพลาร์ โดยในเรื่องเราจะได้เห็นอารมณ์ด้านดีเกินปกติ (หรือช่วงแมเนีย) ที่เขาชอบโชว์ร่างกายหรือของลับให้คนอื่นดู ซึ่งในเรื่องอาจเป็นฉากที่ดูตลก แต่คนเป็นไบโพลาร์นั้นหากอารมณ์สลับขั้วเมื่อไรจะดิ่งลึกสุดๆ ตัดกลับเป็นความเศร้าทันทีค่ะ ซึ่งอาการแต่ละขั้วมีระยะเวลาแสดงออกไม่เท่ากัน บางครั้งอาจแปปเดียวแต่บางครั้งอารมณ์ขั้วนั้นก็อยู่นานเป็นเดือนจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก

สาเหตุ

-สารเคมีในสมองผิดปกติ : เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะอารมณ์สองขั้วค่ะ
-กรรมพันธุ์ : หากมีญาติหรือคนในครอบครัวมีประวัติการป่วย ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

อาการช่วงซึมเศร้า (Depressive Episode)

-มีอารมณ์ซึมเศร้าแทบทุกวัน
-ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ลดลงอย่างมาก
-น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุทั้งที่กินอาหารตามปกติ
-นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป
-รู้สึกอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
ไม่มีสมาธิ รู้สึกไม่มีคุณค่าในตัวเอง
รู้สึกอยากตายหรือคิดเกี่ยวกับความตายเกือบตลอดเวลา

อาการช่วงแมเนีย (Manic Episode)

-มีอารมณ์คึกคัก แสดงออกแบบเต็มที่ และอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติ
-รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ เก่งมาก หรือมีความสำคัญมาก
-ความต้องการนอนหลับลดลง มีพลังเยอะตลอดวัน
-ไม่มีสมาธิ ความคิดแล่นเร็ว วอกแวก
-หุนหันพลันแล่น สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
-พูดมากกว่าปกติโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

การดูแล

โรคนี้เป็นอาการจิตเวชที่สามารถรักษาได้นะคะหากเข้ารับการปรึกษาและกินยาตามที่แพทย์สั่ง แต่คนใกล้ชิดก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก โดยเราต้องให้กำลังใจผู้ป่วย มีความเข้าใจ และให้ผู้ป่วยกินยาสม่ำเสมอ ห้ามหยุดยาเอง นอกจากนี้ต้องช่วยควบคุมพฤติกรรมของผู้ป่วยทั้งเวลาที่อยู่ในช่วงมาเนียและช่วงซึมเศร้าด้วย

นอกจากควบคุมพฤติกรรมของผู้ป่วยที่เป็นไบโพลาร์แล้ว คนที่ดูแล ก็ต้องรู้จักวิธีควบคุมอารมณ์ของตัวเองด้วยนะคะ เพราะเราคือคนที่ต้องคอยดูแลคนอื่น ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเหนื่อยหรือเครียดต้องพักเปลี่ยนอารมณ์ทันที อาจฟังเพลงโปรด ดูหนังหรือซีรีย์ รวมถึงการกินอาหารอร่อยๆ ก็ได้

อาการจิตเวช เป็นโรคทางจิตที่เกิดจากหลายสาเหตุ บางครั้งก็มีที่มาไม่แน่ชัด แถมพฤติกรรมการแสดงออกก็ไม่ชัดเจน แต่ไม่ว่าอย่างไรโรคทางจิตเวชทั้งหมดก็มีทางออก ShopBack Blog เชื่อว่า ขอแค่เรารับรู้ เข้าใจ ดูซีรีย์แล้วย้อนกลับมาคิดให้ได้สาระ หากมีคนใกล้ตัวป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็ต้องพาไปพบแพทย์และเข้ารับการดูแลที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้เราและผู้ป่วยอยู่รวมกับคนในสังคมได้อย่างปกติสุขค่ะ