‘หมอระวี’ จี้รบ.ฉีดวัคซีนโควิด ช้ากว่านี้เศรษฐกิจพังยับ

31
นพ.ระวี มาศฉมาดล

วันที่ 31 ธ ค 63 นพ ระวี มาศฉมาดล ส.ส บัญชีรายชื่อพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงเรื่องวัคซีนโควิด19ว่า เมื่อเดือน พฤษจิกายน 63 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 6000 ล้านบาท

สำหรับ การจองวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยคาดว่าจะได้ฉีดประมาณปลายปี 64 แต่ปรากฏว่าในต้นปี 64 นี้ วัคซีนจากหลายค่าย เช่น ไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า จีน รัสเซีย ได้รับการรับรองแบบฉุกเฉินและเริ่มฉีดกับประชาชนในหลายประเทศแล้ว เช่น อเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ รัสเซีย จีนและอื่นๆ

นพ ระวี กล่าวอีกว่า การฟื้นเศรษฐกิจของโลกตอนนี้ ต้องพึ่งพาการฉีดวัคซีนเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น อเมริกา และอังกฤษ ที่คาดว่าจะฉีดวัคซีนครอบคลุมพอเพียงในประเทศ ในกลางปี 64 ระบบเศรษฐกิจของประเทศก็จะเริ่มฟื้นได้ทันที

ซึ่งประเทศไทยขณะนี้ความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าน่าจะเป็นล้านๆ บาทแล้วการใช้งบเพียง 6,000 ล้าน กับการเริ่มฉีดวัคซีนปลายปี 64 เป็นการวางแผนงานที่ผิดพลาดมาก

“ประเทศไทยควรทุ่มเทการเจรจาให้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้ได้ภายในเดือนมี.ค. 64 และควรจะฉีดได้ครบทั่วประเทศภายใน 6 เดือน จะใช้งบประมาณเท่าใด รัฐบาลก็ต้องทุ่มงบประมาณ สมมุติว่า ถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนได้ภายในมี.ค. 64

หลังจากนี้เพียง 1 เดือน ประเทศไทยจะสามารถรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ไม่ว่าเขาจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ระบบเศรษฐกิจไทยก็จะเริ่มฟื้นทันที ตรงกันข้ามถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนช้าไปสัก 6 เดือน ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการฟื้นตัวช้าไป 6 เดือน จะแตกต่างกันหลายล้านบาท และธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชนจะตายสนิทก่อน ไม่สามารถฟื้นตัวได้”

นพ ระวี กล่าวต่อว่า ตอนนี้รัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ต้องเร่งดำเนินการติดต่อสั่งวัคซีนมาโดยเร่งด่วน เช่นเดียวกับเป็นประเทศสิงค์โปร์ และอินโดนีเซียที่จะเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว