พ่อไม่เอะใจ ลูกส่งไลน์หา เสี่ยรับเหมา รมควันฆ่าตัวตายสลด เหตุพิษเศรษฐกิจรุมเร้า

รมควัน

พ่อไม่นึกเอะใจ ลูกชายส่งไลน์หา “รักพ่อกับแม่ สักวันจะได้มาพบกัน” เสี่ยรับเหมา เครียดจัดงานหดภาระหนี้เพิ่ม จุดเตาอั้งโล่รมควันตัวเองตายคาบ้านพัก

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เวลาประมาณบ่ายโมง ร.ต.อ.สมประสงค์ สายอินทร์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตรมควันตัวเองตายในบ้านพักเลขที่ 8/27 หมู่บ้านโนวาอาร์ท ถนนประชาอุทิศ ซ.131 แขวงและเขตทุ่งครุ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ภายในที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮมสองชั้น ชั้นล่างทำเป็นออฟฟิศชื่อ บริษัท เอ.พี.ที.ดีไซน์แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด รับเหมาตกแต่งภายใน จากการตรวจสอบบนห้องนอนชั้น 2 ซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ พบศพ นายอภิเทพ แสงเมธารัตน์ อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของบริษัท ใช้เตาอั้งโล่ติดไฟ รมควันตัวเองเสียชีวิตบนที่นอนปิคนิค สภาพตะแคงขวาคว่ำหน้า ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำลายจุด มีผ้าห่มลายสก๊อตคลุมทับร่าง 1 ผืน

โดยร่างเริ่มบวมขึ้นอืดมีทั้งเลือดและน้ำหนองไหลจากศพส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนสภาพภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ พบโทรศัพท์มือถือไม่ได้เปิดเครื่องวางอยู่ใกล้ศพผู้ตาย 1 เครื่อง และเตาอั้งโล่ซึ่งไฟมอดดับไปแล้ววางอยู่ตรงมุมห้อง 1 ใบ

อย่างไรก็ตามพบว่าตามขอบประตูและขอบหน้าต่างทุกบานภายในห้องดังกล่าวถูกปิดไว้ด้วยเทปกาวเพื่อป้องกันอากาศเข้าและออกไว้อย่างมิดชิด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายทวีชัย แสงเมธารัตน์ อายุ 59 ปี บิดาผู้ตาย ให้การว่า บ้านหลังนี้มีลูกชายพักเพียงลำพัง โดยก่อนหน้านี้ลูกชายเคยมีครอบครัว ต่อมาได้เลิกรากับภรรยามาได้ 2 ปีแล้ว ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ลูกชายส่งข้อความทางไลน์มาหาในทำนองว่า รักพ่อกับแม่ ให้พ่อแม่ดูแลรักษาสุขภาพ โดยบอกอีกว่า จำเป็นจะต้องเดินทางและสักวันจะได้มาพบกัน

ตอนนั้นตนไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าลูกจะไปเที่ยวต่างประเทศ กระทั่งไม่สามารถติดต่อได้หลายวัน จึงชักชวนญาติๆ เดินทางมาหาและแจ้งตำรวจสายตรวจเข้าร่วมตรวจสอบ

ส่วนด้านนายทวีวัฒน์ แสงเมธารัตน์ อายุ 57 ปี น้องชายนายทวีชัย ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายมีลูกชายกับอดีตภรรยา 2 คน คนแรกอายุ 14 ปี ส่วนคนสุดท้องอายุ 6 ปี ปกติผู้ตายจะไปรับลูกๆ ที่บ้านอดีตภรรยาย่านสุขสวัสดิ์ มานอนด้วยทุกวันหยุดช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่วันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมากลับหายหน้าหนำซ้ำยังติดต่อไม่ได้

กระทั่งญาติพากันมาพบศพ ส่วนสาเหตุคาดว่าคงเกิดจากความเครียด เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยบ่นให้ลูกชายตนฟังว่าเครียดงานไม่ค่อยมี และมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน จะมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ทำการผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนให้ญาติไปติดต่อขอรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Related posts