ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ห้ามวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ 2562 โดยมีจุดน่าสนใจอยู่ที่ข้อที่ 10 ในข้อกำหนดดังกล่าว ที่นำบัญญัติเรื่องการ ห้ามวิจารณ์ศาลโดยไม่สุจริต มาบรรจุไว้ และข้อกำหนดฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ 30 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 6 ซึ่งกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนด ระเบียบ หรือประกาศของศาล โดยการออกข้อกำหนดหรือระเบียบดังกล่าวให้เป็นไปตามมติของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมาตรา 28 ซึ่งกำหนดให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดศาลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้แต่ข้อกำหนดที่ออกมาจะต้องไม่ขัดกับ พ ร ป ว่าด้วยวิธีพิจารณาฯ ในข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้บุคคลที่เข้ามาในที่ทำการศาล หรือเข้าฟังการไต่ส่วนของศาลต้องประพฤติตัวตามที่ศาลกำหนด มิเช่นนั้นจะถือเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล อย่างเช่น ข้อ 8 (2) ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงหรือส่งเสียงรบกวนหรือกระทำการอื่นใดที่เป็นการรบกวนการพิจารณาคดีของศาลหรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ศาล และห้ามกีดขวางทางเข้าออกศาล ข้อ 8 (3) ห้ามประพฤติตนในทางก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย หรือก่อความรำคาญ หรือกระทำการในลักษณะยุยงส่งเสริมการกระทำข้างต้น ในการพิจารณาคดีหรือการทำงานของเจ้าหน้าที่ศาล ข้อ 8 (7) ห้ามแถลง ชี้แจง แจกจ่ายเผยแพร่ ให้สัมภาษณ์หรือพูดออกอากาศในบริเวณศาล ที่อาจมีผลกระทบกระเทือนต่อการพิจารณาคดี โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยข้อกำหนดข้อที่ 9 ระบุว่า ศาลอาจออกคำสั่งให้บุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลใดกระทำการหรืองดเว้นการกระทำเพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว นอกจากนี้ ในข้อที่ 10 ยังกำหนดให้ ห้ามบิดเบือน ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายตามคำสั่งศาล หรือวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาล โดยไม่สุจริตหรือใช้ถ้อยคำ หรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี ปลุกปั่น ยุยง ซึ่งข้อกำหนดฯในข้อที่ 10 มีเนื้อหาในลักษณะเดียวกับมาตรา 38 วรรคสาม ของ พ ร ป ศาลรัฐธรรมนูญฯ แต่ใน พ ร…

Read More

พ่อแท้ๆขืนใจลูกในไส้ เปิดปาก สารภาพแล้ว

ข่มขืน

จากกรณี น้องบี นามสมมติ อายุ 14 ปี ถูกนายไก่ พ่อแท้ๆหลอกว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ใหม่ และข่มขืน แถมยังข่มขู่ไม่ให้บอกใครไม่อย่างนั้นจะทำร้ายน้องบี จากนั้นนายไก่ได้ข่มขืนลูกสาวซ้ำ จนกระทั่งแม่สังเกตเห็นว่า ลูกสาวมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับพ่อ จึงได้สอบถามจนทราบเรื่อง ก่อนมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ แก่งคอย เพื่อดำเนินคดี ภายหลังตำรวจออกหมายจับ นายไก่ได้พยายามขู่แม่ของ น้องบี ตลอดเวลา ภาพจาก อินเทอร์เน็ต ต่อมาตำรวจทราบว่า นายไก่ได้หลบไปอยู่กับแฟนใหม่ที่ ต ปลายนา อ ศรีประจันต์ จ สุพรรณบุรี จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสามารถจับกุมตัว ส่ง พงส.สภ.แก่งคอย ดำเนินคดี ตามกฎหมายได้ในที่สุด นายไก่ รับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุตัวเองดื่มสุราจนมึนเมา กลับมาบ้านเห็นลูกสาวเลยมีอารมณ์ หลังจากนั้นลูกสาวมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับตน แม่ของน้องบีเลยสงสัยจึงได้สอบถามลูก จึงได้รู้ความจริง ตนจึงหลบหนีไปทำงานในกรุงเทพ ก่อนที่จะหลบมาทำงานอยู่ใน อ ศรีประจันต์ จ สุพรรณบุรี และมาอยู่กินกับแฟนใหม่ที่เพิ่งคบกันได้เพียง 1 เดือน ภาพจาก อินเทอร์เน็ต

Read More

พ่อหื่น ขืนใจลูกในไส้ ตั้งแต่อายุ 12 ปี

พ่อหื่น

กองปราบปราม นำโดย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป สั่งการให้ พตอ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก 2 บก ป พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก 2 บก ป พตท กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก 2 บก ป ร่วมกับตำรวจ สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี เข้าจับกุมตัว นายไก่ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จ สระบุรี ที่ 174/2562 ลงวันที่ 31 ก.ค.62 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย กระทำชำเราเด็ก อายุไม่เกิน13ปี และกระทำแก่ผู้สืบสันดาน โดยจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.ปลายนา อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พตท กษิดิ์เดช เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังจากที่ เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ผู้เสียหายเลิกเรียนแล้วก็กลับบ้านพักใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อมาถึงบ้านก็พบ นายไก่ ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ อยู่บ้านเพียงคนเดียว นายไก่ ได้ออกอุบายว่า จะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ใหม่ ก่อนจะพาตัวเข้าไปในห้องนอนลงมือข่มขืน เด็กหญิงเอ จนสำเร็จความไคร่ เสร็จแล้วข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใคร หากไม่เชื่อ ก็จะทำอันตราย เด็กหญิงเอ เกิดความกลัวจนไม่กล้าที่จะนำเรื่องไปบอกผู้อื่น พตท กษิดิ์เดช กล่าวต่อว่า ต่อมาในวันที่ 8 พ…

Read More

ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินธนาธร พ้นสภาพสมาชิก สส.แล้ว

ธนาธร

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มอ่านคำวินิจฉัย สมาชิกส.ส. ของ “ธนาธร” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงหรือไม่จากการถือหุ้นสื่อ ศาลวินิจฉัยว่าการยื่นเรื่องของ กกต.นั้นชอบด้วยกฎหมาย ทำให้คำร้องของธนาธรตกไปที่กล่าวว่าการรวบลัดขั้นตอน ทำให้การรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนรอบด้าน ศาลวินิจฉัยว่า การทำนิตยสารถือว่าเป็นการทำหนังสือสิ่งพิมพ์เหมือนกัน และไม่พบว่าไม่มีการจดแจ้งยกเลิกการพิมพ์ ดังนั้นจะอ้างว่าปิดกิจการและเลิกจ้าง แจ้งหยุดกิจการชั่วคราว ไปแล้วไม่ได้ เพราะวีลัคจะกลับมาทำอีกเมื่อไรก็ได้ เท่ากับว่าวีลัคทำสื่อมวลชน ในวันที่ธนาธรสมัครเลือกตั้ง ศาลเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่ไต่สวน พบว่า ปกติวีลัคส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ. 5 เป็นปกติทุกปีและเมื่อมีโอนหุ้น 8 ม.ค. กลับส่ง 21 มี.ค.ถือว่าผิดปกติ ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ ไม่ลำบากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงการลงสมัครเลือกตั้งที่ต้องเร่งเคลียร์ตัวเองให้ชัดเจนก่อนสมัคร ศาลวินิจฉัยว่า ธนาธรกลับจากบุรีรัมย์มากรุงเทพในวันที่ 8 มกราคมจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มีการโอนหุ้นกันจริง จึงต้องดูหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย แต่เมื่อดูแล้วพบว่า ธนาธรยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในวันที่ลงสมัครเลือกตั้ง 6 ก.พ. เป็นลักษณะต้องห้าม ทำให้สมาชิกภาพ ส.ส. ต้องสิ้นสุดลง

Read More

สาว โดนฉกของหน้ารถ แถมมือดียังโพสต์รูปเย้ยฉลองของกินที่ขโมยไปอีก

ปลาเผา

มีข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2562 ชาวบ้านสถานีหนองตาดร้องเรียนว่ามีคนขโมยของในตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ไปดื้อๆ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าดัง อยากจะแจ้งเตือนคนทั่วไปให้ระวังและเตือนคนที่คิดจะขโมยข้าวของว่า ปัจจุบันมีกล้องวงจรปิดทุกมุมของเมือง และจากการตรวจสอบพบ นางสาวศุภลักษณ์ ปัญญา อายุ 18 ปี มีอาชีพขายขนมอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด หน้าห้าง และหลักฐานคลิปภาพของกลางที่ตามไปถ่ายถึงบ้านหัวขโมย โดยนางสาวศุภลักษณ์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนกับพี่สาวขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปตลาดนัดในตัวเมือง ซื้อเสื้อยืด 3 ตัวราคา 900 บาท รองเท้าแตะ 1 คู่ และข้าวของอื่นๆ รวมถึงปลาอีก 2 ตัว รวมมูลค่ากว่า 1500 บาท หลังจากนั้นได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปที่ห้างสรรพสินค้าอีกแห่งหนึ่ง เพื่อไปซื้ออุปกรณ์ทำขนมขาย เข้าไปในห้างประมาณ 30 นาที ออกมาที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ปรากฏว่า ข้าวของที่ซื้อมาวางในตะกร้าหน้ารถ หายไปทั้งหมด นางสาวศุภลักษณ์ ตนจึงเข้าไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้าง พบว่ามี 3 แม่ลูกเป็นคนขโมยข้าวของไป และบุคคลที่ขโมยของไป ชื่อนางเปิ้ล เป็นคนที่พี่สาวรู้จักมาก่อน จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ เมืองบุรีรัมย์ไว้ แล้วพอตอนค่ำ พี่สาวมาบอกว่านางเปิ้ลที่ขโมยของไป ได้โพสต์ภาพการฉลองภายในบ้าน ภาพในนั้นมีทั้งของไม่ดีและปลาด้วย 2 ตัว ซึ่งตนจำได้แม่นว่าเป็นปลาเผาที่ตนซื้อมา เพราะจำลักษณะได้ โดยเฉพาะขวดน้ำจิ้มของเจ้าประจำ ในวันรุ่งขึ้นหนูกับพี่สาวจึงขับรถตามไปถึงบ้านนางเปิ้ล คนในภาพวงจรปิด ปรากฏว่า พบของกลางเป็นถุงพลาสติกของตน เสื้อที่ซื้อมา และขวดน้ำจิ้มปลา จนนางเปิ้ลยอมรับ แต่โยนความผิดให้ลูกว่าเป็นคนหยิบของทั้งหมดมา ซึ่งนางสาวศุภลักษณ์ กล่าวด้วยว่า หนูเจ็บใจที่ขโมยไปแล้วยังเอาไปโพสต์โชว์เหมือนมีความสุข ทั้งที่ขโมยของคนอื่นมา ถึงแม้นางเปิ้ล จะบอกว่าจะเอาของมาคืนให้ทั้งหมด แต่หนูไม่รับ เพราะไม่อยากไปทำกับคนอื่นอีกและอยากให้หลาบจำ

Read More

สาวเปิดใจ แอบคบรักชายในผ้าเหลือง 3 ปี ใช้กุฏิเป็นรังรัก

รักชายผ้าเหลือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ฝ่ายปกครอง จ หนองบัวลำภู บุกรวบพระโจ้ พระวัดดังแห่งหนึ่งใน ต โพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าในเวลากลางคืน จะมีแก๊งค์วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์เข้าออกตลอดคืนเป็นที่ผิดสังเกต มีทั้งการเสพยาบ้า มั่วสีกาพานอนกกในกุฏิ ต่อมาจนท ฝ่ายปกครอง บุกจับกุมพระลูกวัด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่กุฏิของพระรูปนี้มีความผิดปกติ มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถเข้า ออกตลอดคืน และเห็นว่ามีผู้หญิงอยู่ในกุฏิด้วย ชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง จ หนองบัวลำภู นำโดยนายประสิทธิ์ มหาวงค์ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าตรวจสอบที่กุฎิวัดดังแห่งหนึ่งใน ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่เกิดเหตุเป็นกุฎิชั้นเดียว ตั้งอยู่บริเวณหลังวัด พบประตูห้องล็อค เจ้าหน้าที่ได้เคาะประตูประมาณ 15 นาที จึงเปิดออกมา พบพระโจ้อยู่กับสีกาสองต่อสอง คือ นางสาว บี (นามสมมุติ) สอบถาม พระโจ้ และนางสาวบี รับสารภาพว่าแอบคบหากันจริง โดยพบรักกันผ่านเฟสบุ๊คมานานกว่า 3 ปีแล้ว และจะแอบไปมาหาสู่กันประจำ รวมถึงเสพยาเสพติดด้วยเมื่อ จนท ตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีฉี่ม่วงทั้งคู่ จากนั้นจึงพาพระโจ้ไปสึก และนำตัวไปดำเนินคดี ล่าสุด นางสาวเกษสุณีย์ อายุ 41 ปี ฝ่ายหญิงที่แอบคบกับพระ เปิดใจว่า รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก และคบหากับพระมานาน 3 ปีแล้ว คบตอนพระบวชใหม่ๆยืนยันว่าเต็มใจคบ ไม่ได้โดนหลอกมา คบกันทั้งๆที่รู้ว่าเป็นพระ ตนเองเต็มใจมาหา แอบมาอยู่กินกับพระเองที่กุฏิ โดยจะแอบไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ล่าสุดมาอยู่ได้ 2 สัปดาห์แล้ว อยู่กันแบบชู้สาว โดยพระรูปอื่นหรือเณรที่วัดไม่มีใครเห็น หลังพระโจ้สึกเรียบร้อยแล้ว จากนี้ก็คงจะไปอยู่กินด้วยกัน ขอบคุณ อมรินทร์ทีวี

Read More

สั่งย้ายแล้ว หมอทะเลาะกับพยาบาล แย่งห้องผ่าตัด

เดือดกลาง รพ.

เป็นเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสวิพากวิจารณ์อย่างหนัก กรณีหมอแย่งห้องผ่าตัด และเข้าไปทำร้ายพยาบาลที่จัดคิวห้องผ่าตัด ต่อมาเฟสบุ๊ค คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ สภาการพยาบาล โพสต์ข้อความระบุว่า “ห้องผ่าตัดโรงพยาบาล ถ้าคุณพร้อมสภาการพยาบาลก็พร้อม สร้างความสงสัยให้แก่ผู้พบเห็น จนเป็นที่วิจารณ์ว่าแพทย์รายดังกล่าว เก็บเงินค่าฝากพิเศษ รายละ 3,000 – 5,000 บาท ทั้งที่อาศัยห้องผ่าตัดของทางรพ รัฐ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น” ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด นายแพทย์ประภาส วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ เชิญผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนาจเจริญ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลอำนาจเจริญ และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลอำนาจเจริญ และผู้เกี่ยวข้องกรณีเหตุการณ์ภายในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลที่เป็นข่าว เพื่อหาทางออกร่วมกัน เบื้องต้น สั่งการให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรม และสรุปในหนึ่งสัปดาห์ และสั่งย้าย คู่กรณีออกจากห้องผ่าตัดพื้นที่ขัดแย้งไปปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานสาธารณสุข จ อำนาจเจริญ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทางด้าน นายพงษ์วิทย์ วัชรกิตติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล แถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “การดำเนินการกรณีการมีข้อขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ในห้องผ่าตัด โรงพยาบาลอำนาจเจริญ จากการที่มีการโพสต์ข้อความ คลิปภาพและเสียงที่เป็นข้อขัดแย้งในการทำงานในห้องผ่าตัด โรงพยาบาลอำนาจเจริญ และแชร์เรื่องดังกล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน” รพ อำนาจเจริญดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว พบว่า คลิปภาพดังกล่าว เกิดในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งจากการสอบถามผู้เกี่ยวข้อง ทราบว่า สาเหตุเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจัดคิวผ่าตัด โดยที่แพทย์ที่อยู่ในคลิปมีกำหนดการผ่าตัดผู้ป่วยในเวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มารับการรักษาปกติ ไม่ใช่ผู้ป่วยที่ฝากพิเศษตามที่เป็นข่าว แต่เนื่องจากห้องที่เตรียมไว้ถูกแทรกนำผู้ป่วยอื่นเข้าผ่าตัดก่อน โดยแพทย์อีกท่าน จึงทำให้แพทย์ที่ปรากฏในคลิป ไปต่อว่าพยาบาลที่จัดคิวเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โรงพยาบาลดำเนินการ โดย 1 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการสอบไปแล้ว และรายงานผู้บังคับบัญชา กำลังสรุปผลการสอบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในลำดับต่อไป 2 เรื่องการฝากพิเศษ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เกิดขึ้นในสื่อ แพทย์ดังกล่าวจะผ่าตัดเคสที่มารับการรักษาปกติ ไม่ใช่เคสฝากพิเศษอย่างที่เป็นข่าว เมื่อดำเนินการสรุปข้อเท็จจริงจากการสอบ…

Read More

พ่อปล่อยโฮกอดลูก ขาติดล้อ สุดสงสารทำที่โกยขยะเลี้ยงลูก 4 คน ค่ำไหนนอนนั่น

พ่อ

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย 62 เวลา11.30น เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ได้รับการประสานจากพลเมืองดี ให้ไปช่วยเหลือเด็กซึ่งขาติดล้อรถจยย. เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครจุดกม 12 พร้อมผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่ถนนเศรษฐกิจ 1 ขามุ่งหน้าเมืองสมุทรสาคร บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก ใกล้เคียงแยกบางปลา ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กฒ สระบุรี 6622 ต่อพ่วงข้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าพลเมืองดีเห็นเด็กกำลังบาดเจ็บจึงรีบกลับรถมาช่วยเหลือเอาไว้ได้ นายสุทิน พันเพ็ชร อายุ 49 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 188ทับ4 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรีจังหวัดสระบุรี นายสุทิน ผู้เป็นพ่อกอดลูกสาววัย4ขวบที่อยู่ในอาการตกใจ พากันร้องไห้ทั้งพ่อและลูก ซึ่งขาข้างซ้ายของเด็กหญิงเข้าไปติดในล้อ พลเมืองดีช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย โชคดีที่ไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย ก่อนที่พลเมืองดีจะกลับก็ได้มอบเงินเป็นค่าขนมให้กับเด็กๆด้วย ซึ่งรถจักรยานยนต์ พ่วงข้างคันดังกล่าวยังมีเด็กๆวัยไล่เลี่ยกันอีก3 คน รวมน้องที่บาดเจ็บด้วยก็เป็น 4 คน เด็กทั้ง 4 คือลูกของนายสุทิน ประกอบกับนายเอกสิทธิ์ พรอยศรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครจุดกม 12 ที่เดินทางมาช่วยเหลือได้ตรวจสอบขาของเด็กหญิงแล้วพบว่าอยู่ในอาการปลอดภัย เด็กเดินได้ตามปกติเพียงแค่มีอาการตกใจเท่านั้น นายเอกสิทธิ์ สังเกตเห็นปี๊บสังกะสีที่วางเรียงอยู่ด้านบนรถพ่วงข้างก็เอะใจว่าเหมือนเคย ปรากฏอยู่ในโลกโซเชียล ว่าเป็นครอบครัวที่สู้ชีวิตด้วยการทำที่โกยขยะขาย ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามว่าทั้งหมดเดินทางมาจากไหนกัน นายสุทิน เล่าว่า เดิมตนเองเป็นคนจังหวัดเพชรบุรี ภรรยาเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเช่าห้องอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ที่เดินทางผ่านมาจังหวัดสมุทรสาครนี้ก็เดินทางมาตามยถากรรมค่ำไหนนอนนั่น ตรงไหนที่เห็นว่าเหมาะก็จอดทำที่โกยขยะขายข้างทาง คืนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ก็ได้จอดรถพ่วงข้างนอนกันอยู่ข้างทาง มีคนใจดีพบเห็นก็ออกค่าห้องพักชั่วคราวให้ พอรุ่งเช้าก็ออกเดินทางและมาประสบเหตุดังกล่าว สาเหตุที่ลูกสาวขาไปติดล้อ เพราะนอนหลับ ส่วนภรรยาที่มาด้วยก็เมาสุราพอเห็นขาลูกติดล้อก็โวยวายโทษสามี จากนั้นก็ทะเลาะกันแล้วภรรยาก็วิ่งข้ามถนนอีกฝั่ง โชคดีที่ไม่ถูกรถชนไปอีกคน และบอกอีกว่าเมื่อก่อนตนเองกับภรรยาขายปาท่องโก๋แต่ด้วยเงินทุนที่ไม่พร้อม พูดตรงๆตามลักษณะอาการที่เห็นด้วยว่า ภรรยาติดเหล้าหนัก เวลาออกไปขายปาท่องโก๋ก็ปล่อยลูก อยู่กันตามลำพังตนเป็นห่วง ให้ภรรยาไปช่วยขายลูกค้าก็ดูไม่เหมาะสมจึงหยุดขายไปได้วิชาการทำที่โกยขยะมาจากคุณตาคนหนึ่งที่โคราช…

Read More

ฟาร์มไก่ปารีณารุกป่า อดีตเลขาสปก.ชี้ผิดกฎหมายป่าไม้ ไม่มีอายุความ

ปารีณา

จากความเคลื่อนไหวการตรวจสอบที่ดิน 1700 ไร่ ในพื้นที่ ม6 ต รางบัว อ จอมบึง จ ราชบุรี ของ นส ปารีณา ไกรคุปต์ สส ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เมื่อเวลา 11 00 น วันที่ 18 พย ที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเกษตรฯได้พบ นส ปารีณา ไกรคุปต์ สส ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้ามาที่กระทรวง จึงเข้าไปสอบถาม โดย นส ปารีณากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มาพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว เกษตรและสหกรณ์ แต่ยังไม่ได้พบต้องเข้ามาใหม่อีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถยนต์นิสสันมาร์ชสีขาวออกไปทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเฉลิมชัยได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่วันที่ 15 พย จะกลับ 19 พย เพื่อประสานงานกับทางการจีน สร้างความเชื่อมั่นเปิดตลาดให้กับสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะยางพาราของไทย ดังนั้น ที่ นส ปารีณาระบุว่า… มาพบนายเฉลิมชัยนั้น ตั้งข้อสังเกตได้ว่าเป็นเพียงข้ออ้างหรือไม่ จากนั้นเวลา 13 40 น ร อ ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้ น.ส.ปารีณามาพบกับนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ตั้งแต่เวลา 09 00 น. รายละเอียดการหารือหรือพูดคุยยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนที่มีข่าวว่า น.ส.ปารีณาจะเช่าที่ดิน ส.ป.ก.ที่ใช้เลี้ยงไก่นั้นคงเช่าไม่ได้ กฎหมายไม่มีระบุไว้เพราะที่ดิน ส ป ก มีวัตถุประสงค์เพื่อคนไม่มีที่ทำกินเท่านั้น คงไม่สามารถปล่อยเช่าได้…

Read More

แต่งแล้วจ้า กวินท์ ดูวาล ควงคู่วิวาห์หวาน ปุ้มปุ้ย เจ้าสาวคนสวย

กวิน

จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ไปอีกคู่แล้วจ้า สำหรับหนุ่ม กวินท์ ดูวาล กับแฟนสาวคนสวย ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ที่จัดขึ้นที่โรงแรมเรเนซองส์ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 โดยมีผู้มาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของเจ้าบ่าวเจ้าสาวอย่างอบอุ่น ทั้งเพื่อนๆ คนสนิท และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย บอกเลยว่าในวันนี้ เจ้าบ่าว หนุ่มกวินท์ ที่มาในลุคหล่อเนี้ยบในชุดสูทโทนสีแดง ส่วนเจ้าสาว ปุ้มปุ้ย ก็มาในชุดวิวาห์สวยสมกับวันสุดแสนพิเศษของเธอ จับมือยืนเคียงข้างกัน ส่งสายตาหวานฉ่ำ กับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของทั้งคู่ ภาพจาก อินสตาแกรม katheryn lee วันนี้เราจึงได้รวบรวมภาพบรรยากาศสุดอบอุ่นในงานแต่งของ หนุ่ม กวินท์ ดูวาล กับแฟนสาวคนสวย ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา มาให้ได้ชมกันจ้า ภาพจาก อินสตาแกรม katheryn lee ภาพจาก อินสตาแกรม katheryn lee ภาพจาก อินสตาแกรม kipzy ภาพจาก อินสตาแกรม kipzy วันนี้ที่รอคอย ภาพจาก อินสตาแกรม beoil chen ภาพจาก อินสตาแกรม beoil chen ขอแสดงความยินดีกับ คุณ กวินท์ และ คุณปุ้มปุ้ย ด้วยนะคะ

Read More