ตร รวบหนุ่ม 19 ออกจากงานมาขายยาเสียสาวทางไลน์ เสี่ย วัยรุ่น แห่ซื้อมอมสาวร้านเหล้าอื้อ

ร้านเหล้า

เวลา 10 30 น วันที่ 9 มค 63 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนภาค 5 พล ต ต วีระชน บุญทวี ผบก สส ภ 5 ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาค้ายาเสียสาว ยาปลุกเซ็กส์ พร้อมของกลางเป็นยาเสียสาว หรือไอซ์ ทั้งแบบเกร็ด เป็นขวดจำนวน 26 ขวด พร้อมกล่องบรรจุ และในถุงอีกครึ่งกิโลกรัม และหลักฐานไลน์กลุ่มลูกค้า รวมถึงจับกุม นายศิริพงษ์ จี้ฟู อายุ 19 ปี พ่อค้าคนดังกล่าว ทางด้านพลตต วีระชน กล่าวว่า ชุดสืบสวนภาค 5 พบว่า มีเว็บขายสินค้าที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศสูงขึ้น ยาเสียสาว ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นไลน์ จึงสั่งซื้อยาดังกล่าวในราคา 850 บาท ชำระผ่านการโอนบัญชีผู้ต้องหา พร้อมพบว่าในกลุ่มไลน์ มีสมาชิกถึง 1,200 คน มีการสั่งซื้อยาเสียสาวตลอดทุกวัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่เฝ้าดูพฤติกรรมผู้ต้องหา พบว่าไม่ประกอบอาชีพใด เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านตลอด และมีวัยรุ่นเดินทางเข้าออกบ่อยครั้ง เมื่อทราบพฤติกรรมแน่ชัด จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดลำพูน เข้าตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าว “อยากฝากเตือนวัยรุ่น ผู้ซื้อยาเสียสาว ยาตัวนี้เป็นยาอันตรายมาก เป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ทิงเจอร์ขาวนั้นเป็นสารที่ใช้ผสมกับน้ำจำนวนมากตามสูตรของสัตว์แพทย์ เพื่อฉีดให้กับสัตว์เพศเมีย เช่น ม้า เพื่อให้มีการผสมพันธุ์ หากมาใช้กับมนุษย์ ถือว่าเป็นอันตราย อาจถึงช็อกและตายได้” ส่วนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ไปพบสารเคมีตัวนี้ในโซเซียล จึงสั่งซื้อนำมาบรรจุใส่ขวด ซื้อมาถุงละ 100 กว่าบาท มาแยกใส่ขวดได้ถึง 30 กว่าขวด ต่อ 1 ถุง ส่วนชนิดน้ำจะสั่งซื้อมาโดยตรงทางเว็ปไซต์แล้วนำมาขายต่อ ในราคาขวดละ…

Read More

สองพี่น้อง แม้ว ปู เคลื่อนไหวบินอเมริกา โชว์สุดยอดเทคโนโลยี ที่ลงทุนทำธุรกิจไว้

แม้ว ปู

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 63 สมาชิกผู้ใช้เฟสบุ๊ค Yingluck Shinawatra โพสต์ภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คู่กับพี่ชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้บรรยายระบุใจความว่า “วันนี้ดิฉันและพี่ชาย มางานเปิดตัวสินค้าของธุรกิจได้ที่ลงทุนไว้ ในงาน CES 2020 (Consumer Electronics Show) หรืองานจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ที่จัดขึ้นในลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ได้เปิดตัวต่อเนื่องมาจากการเปิดตัวที่ลอนดอนเมื่อปลายปีที่ผ่านมาค่ะ ภาพจาก เฟสบุ๊ค Yingluck Shinawatra เป็นการลงทุนโดยนำเทคโนโลยีทางด้านเทเลคอม มาผสมผสาน กับเทคโนโลยีตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ด้วยการตรวจดีเอ็นเอจากร่างกายเราได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องส่งตัวอย่างเข้าตรวจที่ในห้องแล็บ และข้อมูลที่ได้มาจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะกับดีเอ็นเอของแต่ละคนค่ะ ภาพจาก เฟสบุ๊ค Yingluck Shinawatra ถือเป็นการปรับพฤติกรรมในการทานอาหารที่จะมีผลดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาว คือ ทานอาหารให้เป็นยา เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องทานยาเป็นอาหารในอนาคต ดิฉันมองว่า ตรงนี้ทำให้เราสามารถเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ หากใครสนใจที่จะทดสอบ DNA ก็สามารถแวะมาที่ ร้าน DNA nudge ย่าน Covent Garden เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มตามนี้ได้เลยนะคะ

Read More

ที่แท้ก็แค่ “เงินเขย่ง” ธนาคารแจงเหตุ สาวโวย พ่อฝากเงิน 5หมื่น พอตกเย็นเหลือ 4 หมื่น

เงินหาย

จากกรณี มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ระบุข้อความว่า พ่อของเธอ นำเงินไปฝากที่ธนาคารจำนวน 5 หมื่นบาท เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจนับเงินเสร็จเรียบร้อย เงินก็เข้าบัญชีตามปกติ แต่พอตกเย็นมีการติดต่อมาจากธนาคาร โดยแจ้งว่า พ่อของเธอฝากเงินไม่ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้ โดยมีเงินเข้ามาเพียง 4 หมื่นบาท แต่ที่เธอกังขาคือ ขณะที่พ่อของเธอฝากเงินทำไมถึงไม่ตรวจเช็กให้ดี หรือทักท้วงตรงหน้าเคาท์เตอร์ โดยทางด้านผู้จัดการธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาพิมาย ได้เปิดเผยถึงว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 63 คุณลุงได้นำเงินมาฝากที่ธนาคาร 50,000 บาท พนักงานนับเงิน และนำเงินเข้าฝาก 50,000 บาท จริง แต่ทุกครั้งที่พนักงานรับฝากเงิน จะเขียนประเภทของธนบัตรว่า รับฝากธนบัตรอะไรบ้างอย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ ธนาคารสามารถนับแบงก์พันได้ 39 ใบ แบงก์ 500 ได้ 1 ใบ แบงก์ 100 ได้ 5 ใบ จึงเป็นเงิน 40,000 บาท ตรงจุดนี้อาจจะผิดพลาด ธนาคารก็ขออภัย ซึ่งพนักงานคนดังกล่าว ไม่เคยมีประวัติการทุจริต ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมาก พนักงานใช้มือนับแบงก์จึงอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมา โดยใบนำฝากของคุณลุงเขียนว่า 50,000 บาท พนักงานก็เลยคีย์เงินเข้าระบบ 50,000 บาท จึงเรียกว่า เงินเขย่ง พอถึงช่วงเย็น พนักงานตรวจนับบัญชี พบว่าเงินเขย่ง 10,000 บาท ทางพนักงานและผู้จัดการ จึงไปพบคุณลุง และขออภัยในเรื่องที่เกิดขึ้น พนักงานไม่ได้ต้องการโกงลูกค้า ธนาคารก็รับผิดชอบ มีการส่งทั้งหลักฐานใบนำฝากและกล้องวงจรปิดไปให้ทางสำนักงานใหญ่แล้ว ส่วนการแจ้งให้ลูกค้าทราบในภายหลัง เพราะการตรวจสอบจะทำช่วงการปิดยอด จึงไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นระหว่างวัน ด้านลูกสาวผู้เสียหาย นางพราว (นามสมมติ) กล่าวว่า ตอนนี้ตนไม่ติดใจใด ๆ แล้ว แต่ตนก็หมดความไว้ใจธนาคาร พ่อของตนไปถอนเงินออกมาจนเกลี้ยง…

Read More

ส.ส.อนาคตใหม่ ค้านงบซื้อเรือดำน้ำ 2.25 หมื่นล้าน ลั่นไม่เหมาะใช้อ่าวไทย เหมือนซื้อมาปักเลน

เรือดำน้ำ

วันนี้ 8 มกราคม เมื่อเวลา 20.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในส่วนของมาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่าในปี 2560 สมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติจัดซื้อแล้ว 1 ลำ และในปีนี้ขอจัดซื้ออีก 2 ลำ ซึ่งหากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ จะเกิดงบผูกพันจำนวน 22,500 ล้านบาท นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สภาฯ จึงเป็นความหวังสุดท้ายของประชาชนที่จะทำให้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสมคุ้มค่า ซึ่งเรือดำน้ำจากจีนที่ไทยสั่งซื้อ คือ รุ่น s – 26 t yuan class ซึ่งไม่มีความเหมาะสม เพราะเรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวระยะปลอดภัยอยู่ที่ระดับความลึก 60 เมตร แต่อ่าวไทยมีความตื้นเขินมีความลึกอยู่ที่ 40-50 เมตร เราจึงไม่ควรซื้อเรือดำน้ำมาปักเลนด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ จึงขอเชิญชวนสมาชิกจากทุกพรรคมาช่วยกันยับยั้ง อย่าปล่อยให้งบเรือดำน้ำผ่านสภาฯ ทางด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายงบที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารที่ตั้งไว้ 14,990 ล้านบาท โดยเสนอปรับลดลงจำนวน 3,122 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันกองทัพมีทหารเกณฑ์ประจำการประมาณ 1.2 แสนนาย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศต้องมีทหารเกณฑ์ปีหนึ่งจำนวนมากขนาดนี้ ภาพที่ประชาชนคิดคือการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกันประเทศ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะมีการนำทหารเกณฑ์ไปใช้เป็นพลทหารบริการหรือพลทหารรับใช้ ที่น่าตกใจคือแม้แต่ระดับพันตรีก็ได้พลทหารรับใช้ด้วย นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า…

Read More

ผัวสุดช้ำ เห็นชู้คาตา ยอมลาออกไม่ขออยู่ร่วมโรงงาน ขอแค่ลูก เมียโต้ที่เห็นนั่นไม่ใช่ชู้

ชู้

เรียกว่ากลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระหื่มโลกโซเชียล จากกรณีที่ได้มีการแชร์เรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่ง ที่อดทนรอภรรยากับชายแปลกหน้าอยู่หน้าห้องนอน 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้าไปเจรจาอย่างใจเย็น จนชาวเน็ตชื่นชมว่า มีสติมากไม่ทำเรื่องรุนแรงนั้น โดยเจ้าของโพสต์ดังกล่าวคือ นายไพศาล อายุ 28 ปี ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ไม่ต้องการได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นภรรยาอีกต่อไป เพราะเคยตักเตือนมาไม่รู้กี่ครั้งเคยจับได้มาครั้งหนึ่งก็ได้แต่กล่าวคำขอโทษจะไม่ทำอีก สุดท้ายก็ยังมีพฤติกรรมกระทำเหมือนเดิม คือคบชายชู้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่แต่งงานกันอยู่ที่บ้านก็ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่พอไปทำงานแล้วจึงเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมา จึงรับไม่ได้ ส่วนจะมาเยี่ยมลูก ก็อนุญาตให้มาเยี่ยมได้ ส่วนเมื่อวานนี้พ่อแม่ของภรรยาก็ได้มาพูดคุยด้วย และยินยอมยกลูกชายให้ตัวเองเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดู และขอร้องว่าไม่ให้ตนให้ข่าวอะไรอีก ส่วนงานที่เคยทำก็ตัดสินใจลาออกแน่นอนแล้ว อนาคตจะไปทำงานอะไรอีกนั้น ตนขอพักผ่อนอยู่บ้านดูแลลูกชายไปก่อน ตอนนี้กำลังปลูกผักไว้ขายตลาดหาเงินเลี้ยงลูกชายไปก่อน ส่วนทางด้าน นางสาวสา (นามสมมติ) ภรรยา ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนได้รับผลกระทบมากจากโซเชียล ยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับฝ่ายชาย และปัจจุบันลูกชายตน ก็อยู่ในความดูแลของครอบครัวฝ่ายชายอยู่แล้ว ตนขอเวลาไปเยี่ยมลูกทุกวันเสาร์ อาทิตย์ แต่ในอนาคตก็ยังไม่แน่ว่าจะนำลูกชายมาอยู่ด้วยไหม เพราะตนก็รักลูกเช่นกัน ส่วนกระแสข่าวเรื่องชู้ ขอปฎิเสธว่าตนไม่ได้มีชู้ แต่จะให้ตนพูดปากเปล่าก็เหมือนกับว่าตนแก้ตัว ตนขอเวลาในการรวบรวมหลักฐานก่อน กดชมคลิป

Read More