อิหร่านจะแก้แค้นสหรัฐฯอย่างไร? หลังการลอบสังหารนายพลคนสำคัญ “คาเซ็ม สุเลมานี”

อิหร่าน

สำนักข่าว BBCไทย รายงานข่าวการสังหาร คาเซ็ม สุเลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ของอิหร่าน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ถึงจุดเลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ครั้งอิหร่านจับชาวอเมริกัน 52 คนเป็นตัวประกันเมื่อปี 1979 คำสั่งสังหารจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นการขจัดศัตรูตัวฉกาจที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐฯ และก็สร้างความสั่นคลอนให้กับ อิหร่าน ทำให้ภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพอยู่แล้วยิ่งตกอยู่ในภาวะไม่มั่นคงยิ่งขึ้น ภาพจาก AFP สถานการณ์เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้ง สหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างก็ไม่อยากให้เกิดสงคราม แต่การสังหาร สุเลมานี อาจนำไปสู่การคาดการณ์ที่ผิดพลาด ของแต่ละฝ่ายซึ่งจะนำไปสู่การนองเลือดในที่สุด อิหร่าน ประกาศแล้วว่าจะแก้แค้น และก็เห็นชัดว่านั่นไม่ใช่การพูดเล่น ๆ สุเลมานี เป็นแกนนำหลักของอิหร่าน และเป็นผู้นำของฝ่ายผู้มีความเชื่อแบบสุดโต่ง พวกเขาต้องการจะเอาคืนอย่างสาสม หรือไม่ก็อาจจะมากกว่านั้น พิธีศพของ สุเลมานี จัดขึ้นเมื่อ 6 มกราคม ที่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน โดย อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เป็นผู้นำสวด ผู้คนหลายแสนออกมารวมตัวไว้อาลัยตามท้องถนนก่อนที่จะนำร่างของเขาไปทำพิธีฝังวันที่ 7 ธันวาคม ที่เมืองเคอร์มาน บ้านเกิดของเขาซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซากไฟไหม้จากเหตุโจมตีบริเวณสนามบินในกรุงแบกแดด กองกำลังตัวแทน แม้ว่ามีข้อห้ามขายอาวุธให้อิหร่าน แต่อิหร่านก็ได้พัฒนาจรวดและขีปนาวุธสมัยใหม่ สถานการณ์จะแย่เข้าไปใหญ่หากอิหร่านจะใช้อาวุธเหล่านั้นในการตอบโต้สหรัฐฯ การตอบโต้สหรัฐฯ อาทิ การโจมตีเรือของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงทำให้เกิดการตอบโต้กลับอย่างรุนแรง โรงกลั่นน้ำมันของอิหร่านตั้งอยู่ที่แนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย และจะตกเป็นเป้าโจมตีของสหรัฐฯ ได้โดยง่าย หากอิหร่านตอบโต้ มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะทำตามยุทธศาสตร์แบบ สุเลมานี ซึ่งคือการโต้ตอบในลักษณะที่ต่างออกไป พูดเปรียบให้เห็นภาพคือ ไม่สนใจการโจมตีที่เข้าไปยัง “ประตูหน้า” แต่มุ่งความสนใจไปที่ “หน้าต่างบานข้างๆ” แทน ก่อนหน้าที่ สุเลมานี มุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝนกองกำลังติดอาวุธที่ทรงพลังมากมาย นี่ทำให้อิหร่านไม่สามารถจะเลือกต่อสู้สหรัฐฯ แบบประจันหน้าได้ ตอนนี้ สหรัฐฯ ต้องมุ่งความสนใจไปที่กองกำลังที่เปราะบางที่สุดซึ่งก็คือกองกำลังเล็ก ๆ…

Read More