ส.ส.อนาคตใหม่ ค้านงบซื้อเรือดำน้ำ 2.25 หมื่นล้าน ลั่นไม่เหมาะใช้อ่าวไทย เหมือนซื้อมาปักเลน

เรือดำน้ำ

วันนี้ 8 มกราคม เมื่อเวลา 20.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในส่วนของมาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่าในปี 2560 สมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติจัดซื้อแล้ว 1 ลำ และในปีนี้ขอจัดซื้ออีก 2 ลำ ซึ่งหากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ จะเกิดงบผูกพันจำนวน 22,500 ล้านบาท นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สภาฯ จึงเป็นความหวังสุดท้ายของประชาชนที่จะทำให้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสมคุ้มค่า ซึ่งเรือดำน้ำจากจีนที่ไทยสั่งซื้อ คือ รุ่น s – 26 t yuan class ซึ่งไม่มีความเหมาะสม เพราะเรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวระยะปลอดภัยอยู่ที่ระดับความลึก 60 เมตร แต่อ่าวไทยมีความตื้นเขินมีความลึกอยู่ที่ 40-50 เมตร เราจึงไม่ควรซื้อเรือดำน้ำมาปักเลนด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ จึงขอเชิญชวนสมาชิกจากทุกพรรคมาช่วยกันยับยั้ง อย่าปล่อยให้งบเรือดำน้ำผ่านสภาฯ ทางด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายงบที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารที่ตั้งไว้ 14,990 ล้านบาท โดยเสนอปรับลดลงจำนวน 3,122 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันกองทัพมีทหารเกณฑ์ประจำการประมาณ 1.2 แสนนาย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศต้องมีทหารเกณฑ์ปีหนึ่งจำนวนมากขนาดนี้ ภาพที่ประชาชนคิดคือการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกันประเทศ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะมีการนำทหารเกณฑ์ไปใช้เป็นพลทหารบริการหรือพลทหารรับใช้ ที่น่าตกใจคือแม้แต่ระดับพันตรีก็ได้พลทหารรับใช้ด้วย นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า…

Read More

ส.ส.รัฐบาลกุมชัยชนะ ในการปกป้อง คสช.

สส.ชัยชนะ

อาจจะมีบางฝ่ายมองได้ว่า ชัยชนะของฝ่ายรัฐบาลในการประชุมสภาผู้แทนฯ โดยไม่เกิดเหตุล่มเป็นหนที่ 3 และยังสามารถคว่ำญัตติศึกษาผลกระทบจากคำสั่งคสช.และมาตรา 44 ได้สำเร็จเรียบร้อยนั้น เป็นความเก่งกาจสามารถ ที่สยบเกมฝ่ายค้านได้ นำมาซึ่งความฮึกเหิมมั่นอกมั่นใจว่า อย่างนี้รัฐบาลชุดนี้คงอยู่ยาวได้แน่ๆ แต่มองในอีกมุมหนึ่ง ถือว่าเป็นชัยชนะที่ต้องลงทุนมากมายมหาศาล ระดับ “3ป.” ต้องลดตัวลงมาคลุกคลีส.ส. จัดงานเลี้ยงหูฉลามเอง เพื่อระดมส.ส.ฟากรัฐบาลให้เข้าประชุมครบถ้วนมากที่สุด คนที่โดนศาลออกหมายจับ ก็ยังต้องมานั่งในห้องประชุมเพื่อให้ครบองค์ประชุมให้ได้! แม้จะต้องเสี่ยงกับการโดนรวบตัว หรือเสี่ยงกับการทำให้ภาพพจน์สภาเสียหาย ด้วยการปล่อยให้ส.ส.ที่มีหมายจับโดยไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เข้ามานั่งประชุมได้ ก็เลี่ยงไม่ได้ ต้องมานั่งในสภา นอกจากป้อนหูฉลาม เมนูไม่สนโลก ให้ส.ส.รัฐบาลอิ่มหนำกันแล้ว ยังสำทับด้วยการขู่ยุบสภาบ้าง ขู่ปรับครม.บ้าง เท่านั้นไม่พอ ยังระดมกล้วยเกรดเอบวก ป้อนงูเห่าอีกต่างหาก เล่นเอาจำนวนผู้ร่วมประชุมทะลุไปเกินจากฝ่ายรัฐบาลไปถึง 10 เสียง ซึ่งมาจากพรรคฝ่ายค้าน สำคัญที่ 10 ส.ส.ฝ่ายค้านนี่แหละ ที่เปลืองตัวโดดอุ้มรัฐบาลเพื่อช่วยไม่ให้สภาล่ม เปิดเผยตัวตนต่อหน้าสายตาประชาชนทั้งประเทศ เพราะเป็นการประชุมที่ทั้งสังคมจับจ้องกันอย่างมากมายมหาศาล เพื่อดูว่าจะเกิดสภาล่มหน 3 หรือไม่ เปิดหน้าเปิดตัว ถลอกปอกเปิกไปตามๆ กัน แล้วที่ถือว่าเป็นการลงทุนสูงลิ่วมากกว่าที่กล่าวมาทั้งหมด ก็คือ การที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลร่วมกับ 10 ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันทำเรื่องสำคัญยิ่ง นั่นคือ ผนึกกำลังกันปกป้องคณะรัฐประหารคสช. ไม่ให้ถูกตรวจสอบการใช้อำนาจในช่วงรัฐบาลทหารที่ผ่านมา ทั้งที่การเข้ายึดอำนาจของคสช. ก็คือการล้มประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งและสภาสูญสลายไปหลายปี วันนี้เลยเกิดเสียงวิจารณ์จากชาวบ้านไปทั่ว ว่าส.ส.รัฐบาลชุดนี้ ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้คสช.และ อำนาจม.44 ถูกแตะต้อง น่าภาคภูมิใจอย่างที่สุด ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ในการตรวจสอบยุคที่รัฐบาลทหารละเมิดสิทธิประชาชน กลับทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ทำได้ ขอบคุณ ข่าวสด คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

Read More

มีหมายจับ แต่ตำรวจไม่จับ ไวพจน์ นั่งโหวตในสภาชิลๆ

ไวพจน์

เนื่องจากกรณี ที่ศาลจังหวัดพัทยา ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฏีกา คดีดังกล่าว แต่มีเพียงจำเลย 2 คน ที่มาฟังคำพิพากษา คือ นายวรชัย เหมะ และ นายสำเริง ประจำเรือ ถูกลงโทษจำคุก 4 ปี และออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ฐานคดีสิ้นสุด พ้นสภาพ ส.ส. ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 10 ถึง 11 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กับพวก เป็นจำเลย ในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และ ผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา แล้วบุกเข้าในโรงแรม เพื่อยื่นหนังสือประท้วงต่อตัวแทนอาเซียน เกิดเหตุชุลมุนจนต้องล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และล่าสุด วันที่ 4 ธันวาคม 2562 มีรายงานว่า ที่รัฐสภาฯ พ.ต.ท.ไวพจน์ ได้เดินทางมาร่วมประชุมสภา นั่งโหวตลงมติแบบชิลๆ โดยได้นั่งพูดคุยกับนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ตามปกติ ตำรวจไม่จับ แม้มีหมายจับ แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงจากหลายๆฝ่ายว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ ถึงแม้ว่าจะยังมีสถานภาพ ส.ส.อยู่ แต่จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญที่ห้ามจับกุม คุมขัง ส.ส. ระหว่างสมัยประชุมสภาหรือไม่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์

Read More