ส.ส.อนาคตใหม่ ค้านงบซื้อเรือดำน้ำ 2.25 หมื่นล้าน ลั่นไม่เหมาะใช้อ่าวไทย เหมือนซื้อมาปักเลน

เรือดำน้ำ

วันนี้ 8 มกราคม เมื่อเวลา 20.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในส่วนของมาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่าในปี 2560 สมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติจัดซื้อแล้ว 1 ลำ และในปีนี้ขอจัดซื้ออีก 2 ลำ ซึ่งหากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ จะเกิดงบผูกพันจำนวน 22,500 ล้านบาท นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า สภาฯ จึงเป็นความหวังสุดท้ายของประชาชนที่จะทำให้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสมคุ้มค่า ซึ่งเรือดำน้ำจากจีนที่ไทยสั่งซื้อ คือ รุ่น s – 26 t yuan class ซึ่งไม่มีความเหมาะสม เพราะเรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวระยะปลอดภัยอยู่ที่ระดับความลึก 60 เมตร แต่อ่าวไทยมีความตื้นเขินมีความลึกอยู่ที่ 40-50 เมตร เราจึงไม่ควรซื้อเรือดำน้ำมาปักเลนด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ จึงขอเชิญชวนสมาชิกจากทุกพรรคมาช่วยกันยับยั้ง อย่าปล่อยให้งบเรือดำน้ำผ่านสภาฯ ทางด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายงบที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารที่ตั้งไว้ 14,990 ล้านบาท โดยเสนอปรับลดลงจำนวน 3,122 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันกองทัพมีทหารเกณฑ์ประจำการประมาณ 1.2 แสนนาย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศต้องมีทหารเกณฑ์ปีหนึ่งจำนวนมากขนาดนี้ ภาพที่ประชาชนคิดคือการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกันประเทศ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะมีการนำทหารเกณฑ์ไปใช้เป็นพลทหารบริการหรือพลทหารรับใช้ ที่น่าตกใจคือแม้แต่ระดับพันตรีก็ได้พลทหารรับใช้ด้วย นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า…

Read More

ช่อ เผยยุบอนาคตใหม่ไร้ผล เย้ยยิ่งทำ ปชช.ก็ยิ่งตาสว่าง ว่ามีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่

ช่อ

วันนี้ 25 ธันวาคม เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงสื่อกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่รับคำร้องกรณียื่นฟ้องกกต. เร่งรัดคดีเงินกู้ ซึ่งน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า เรื่องของการยุบพรรคไปไหนประชาชนก็ถาม และสมาชิกพรรคเราก็ถาม ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับทุกคนว่า เรื่องการยุบพรรคไม่อยู่ในวิสัยที่เราจะตอบได้ เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาล วันนี้สิ่งที่เราทำได้คือ ทำความเข้าใจกับประชาชน และต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกว่า ไม่สามารถโอนย้ายสมาชิกพรรค ไปพรรคใดได้อย่างเเน่นอน หากถูกยุบพรรค คงต้องไปสมัครสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ นอกจากนี้ เรายังตอบประชาชนว่า จะต้องทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดย ส.ส.ไปอยู่พรรคใหม่ และสมาชิกไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่ ทำให้เหมือนว่า พรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่ น.ส.พรรณิการ์ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า “เราจะทำให้ผู้มีอำนาจได้เห็นว่า การยุบพรรคไม่มีความหมาย เพราะอนาคตใหม่ไม่ใช่แค่พรรคที่มีผลทางกฎหมาย แต่เราคือคนทุกคนที่รวมตัวกันด้วยอุดมการณ์ และเมื่อมีการยกฟ้องไป วันนี้ประชาชนรู้สึกเหมือนว่า มีใบสั่งทางการเมืองอย่างไรหรือไม่ วันนี้ประชาชนก็ได้รับทราบ”

Read More

ธนาธร โดนเข้าแล้ว ตร.ออกหมายเรียก จัดแฟลชม็อบสกายวอล์ก ผิดหลายข้อหา

ธนาธรโดนหมายเรียก

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ความคืบหน้าคดีอาญาที่ 1050/2562 ของสน.ปทุมวัน กรณีการชุมนุมที่นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ช่วงเย็นวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คำสั่งบช.น.ที่ 390/2562 ได้รายงานผลสรุปการพิจารณาต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เกี่ยวกับการพิจารณาพยานหลักฐานแล้วพบว่า การจัดการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม จึงออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 2 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม โดยให้บุคคลทั้งสองมารับทราบข้อหาที่สน.ปทุมวัน ในวันที่ 27 ธันวาคม นี้เวลา 10.00 น. คือ ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนของการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่นั้น เนื่องจากดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การออกหมายเรียกผู้ต้องหานั้น ต้องขออนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก ซึ่งประกอบกับระเบียบ ตร. กำหนดให้ ผบ.ตร. หรือ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้พิจารณาลงนามในหนังสือขออนุญาตหมายเรียก…

Read More

เทือก จับตา ธนาธรเคลื่อนไหวตลอด นัดลงถนนเพื่ออะไร จริงหรือที่บอกทำเพื่อประเทศชาติ

สุเทพ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเป็นแกนนำการชุมนุม นัดลงถนน ว่า ตนก็ติดตามการเคลื่อนไหวดังกล่าว คือมีจุดประสงค์อะไรแน่ ทำเพื่อหวังผลอะไร สำหรับตน ถือว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเคลื่อนไหว ถ้าการใช้สิทธิเสรีภาพนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ สิ่งที่ตนติดตามอยู่ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าเป้าหมาย ที่อ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ด้านนายสุเทพ ยังกล่าวต่อว่า ตนเห็นเฉพาะเรื่องที่ นายธนาธร ถูกดำเนินคดี หรือพรรคของนายธนาธรถูกดำเนินคดี กรณีบริจาคเงินให้พรรค ต้องดูว่า เมื่อไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร ต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะกฎหมายห้าม ไม่ต้องการให้ใครคนใดคนหนึ่งไปครอบงำพรรคการเมือง เรายังเป็นห่วงเรื่องทุนสามานย์ที่เอามาใช้ในทางการเมืองอยู่ เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุอย่างนั้น กฎหมายก็ห้ามไว้ แต่ถ้าการกระทำของนายธนาธร ทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีเจตนาหลบหลีกกฎหมาย ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน นายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่มีปัญหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กับกลุ่มผู้ชุมนุม “แต่ถ้าคุณธนาธรและชาวพรรคอนาคตใหม่ เกิดกลัวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย มีคำสั่งตามตัวบทกฎหมาย แล้วจะเกิดผลเสียหายกับพรรคอนาคตใหม่กับตัวคุณธนาธร แล้วก็จะมาชวนประชาชนให้ลงถนน ไปช่วยด้วย อย่างนี้ก็ไม่ค่อยยุติธรรมกับประเทศ ไม่ยุติธรรมกับประชาชนเท่าไหร่” นายสุเทพ กล่าว ขอบคุณ ข่าวสด

Read More

ธนาธร นัดรวมพลใหญ่ พรุ่งนี้ 5โมงเย็น หลังชงยุบพรรค รวมพลังคนรุ่นใหม่ สู่โลกแห่งความจริง

ธนาธร

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 ธันวาคม 62) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะจัดแคมเปญ นัดชุมนุมระยะสั้น โดยใช้ชื่อว่า “เมื่อเสียงที่พวกเราเลือกเข้าสภาไม่มีค่า ได้เวลาประชาชนออกมาส่งเสียงด้วยตัวเอง” สำหรับการชุมนุมดังกล่าว เป็นรูปแบบการชุมนุมแบบแฟลชม็อบ ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบ พรรคอนาคตใหม่ กรณีกู้ยืมเงินจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท กกต. ชี้มีเหตุอันเชื่อได้ว่า เป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมือง ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่ง ในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92 (3) ของกฎหมายพรรคการเมือง โดยครั้งนี้จะนัดชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป และจะยุติการชุมนุมทันที ในเวลา 18.00 น. ทั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชนผู้มาร่วมแคมเปญดังกล่าว เขียนโพสต์อิท โดยเป้าหมายของการชุมนุมในครั้งนี้ ต้องการดึงคนรุ่นใหม่ หน้าใหม่ ออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ในออนไลน์ และล่าสุด นายธนาธร กล่าวว่า อยากเรียนเชิญทุกท่านที่ทนไม่ไหว ไม่อยากจะทนสภาวะสังคมแบบนี้อีกต่อไป อยากจะมาร่วมกันเปลี่ยน อยากจะเรียนเชิญทุกคนออกมาแสดงพลัง ที่บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน เวลา 17.00 น. “นี่คือเวลาที่เราจะต้องส่งเสียงของประชาชนให้ดัง นี่คือเวลาที่เราจะต้องส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจได้ยิน ถ้าท่านเห็นด้วยกับผมว่า เวลานี้ประชาชนต้องลุกขึ้นสู้ จะต้องลุกขึ้นทวงคืนความชอบธรรม ทวงคืนความยุติธรรมกลับคืนมา เจอกัน” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้กล่าวไว้ ขอบคุณ ข่าวสด

Read More

ธนาธร ลั่นกลัวที่ไหน ตอบรับคำเชิญ จอห์น วิญญู ไปแน่นอน วิ่งไล่ลุง

ธนาธร

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตอบคำเชิญชวนของ จอห์น วิญญู พิธีกรชื่อดัง ที่เชิญเข้าร่วมกิจกรรม วิ่งไล่ลุง ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 มกราคม 63นี้ ใจความว่า กะกะกะ #กลัวที่ไหน #วิ่งไล่ลุง ผมไปแน่นอน ส่วนเพื่อนอีก 5 คนที่ต้องแท็กชวนจะเป็นใคร รอติดตาม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตอบรับคำชวน จอห์น วิญญู ซึ่งในทั้งนี้ สำหรับ “กิจกรรมวิ่งไล่ลุง” นั้น นายธนวัฒน์ วงค์ไชย อดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมกิจกรรม วิ่งไล่ลุง ใจความว่า ถ้าการวิ่งตามคนที่เค้าไม่รักมันเหนื่อย มาวิ่งไล่คนที่เกลียดดีกว่า กับงาน #วิ่งไล่ลุง เจอกันแน่นอนวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2563 เคลียร์ตารางงานของคุณไว้ให้พร้อม แล้วออกไปวิ่งไล่ลุงด้วยกัน งานดีๆ แบบนี้ มีเพื่อนบอกเพื่อน มีญาติบอกญาติ วิ่งกันได้ทุกวัย บอกเลยว่าห้ามพลาดครับ ส่วนสถานที่นัดหมาย เวลา เสื้อ และเหรียญ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ขอบคุณ ข่าวสด

Read More

FootNote น้ำใจอบอุ่นจากพรรคเพื่อไทย ปลอบประโลมไปยัง อนาคตใหม่

ธนาธร

เนื่องจากชะตากรรมที่อพรรคอนาคตใหม่และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังเผชิญและประสบในขณะนี้ ความเห็นอกเห็นใจอันมาจากพรรคเพื่อไทย จึงเป็นความเห็นอกเห็นใจใน เชิงยุทธศาสตร์ โดยไม่ว่าจะมาจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือไม่ว่าจะมาจาก นายชูศักดิ์ ศิรินิล ปัจจัย 1 อาจจะเนื่องจากเคยมีชะตากรรมแบบเดียวกัน เป็นชะตากรรมที่ พรรคไทยรักไทย ถูกยุบเมื่อปี 2550 เป็นชะตากรรมที่ พรรคพลังประชาชน ถูกยุบเมื่อปี 2551 เป็นชะตากรรมที่ นายทักษิณ ชินวัตร ถูกกระหน่ำหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นชะตากรรมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกกระหน่ำหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงมีความเข้าใจและเห็นใจ จึงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเป็นจริง หากพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ พรรคอนาคตใหม่ ระหว่างพรรคต่อพรรค ดำเนินไปในลักษณะเป็นพันธมิตร ในแนวร่วมทางการเมืองมาแต่ต้น เป้าหมายใหญ่ที่ร้อยรัด 2 พรรคนี้เข้าด้วยกัน นั่นก็คือ การต่อต้านรัฐประหาร การต่อต้านการสืบทอดอำนาจ รูปธรรมสำคัญ คือการปฏิเสธต่อ รัฐธรรมนูญ ภายในยุทธศาสตร์ใหญ่ของ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ เช่นนี้ แม้ระหว่างการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งจะต้องมีการแข่งขัน แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ก็ยังดำรงความเป็นพันธมิตรในแนวร่วม รูปธรรมสำคัญ คือ การผนึกเป็นพันธมิตร 7 พรรคฝ่ายค้านร่วม ดังที่ประกาศร่วมกัน กลายเป็นแนวต้านอย่างมีนัยสำคัญที่ระบอบ คสช. ปฏิเสธบทบาทและความหมายไม่ได้ นี่คือ ยุทธศาสตร์ที่ดำรงอยู่ภายในพันธมิตรแห่งแนวร่วมฝ่ายค้าน ไม่ว่าในที่สุดอนาคตของ “พรรคอนาคตใหม่” จะกลายเป็นอนาคต ไหม้ กระทั่งนำไปสู่อนาคต หมด หรือไม่ แต่สายสัมพันธ์นี้ก็ยังดำรงคงอยู่อย่างเหนียวแน่นและ มั่นคง ฉะนั้นหลักการพื้นฐานของความเป็นมิตร จึงมิได้อยู่ที่ว่ามีปรปักษ์ร่วม หรือมีศัตรูที่จะต้องไปสัปประยุทธ์ตัวเดียวกัน หากที่สำคัญเป็นอย่างมาก ก็คือการคำนึงถึงเป้าหมายร่วมในทางการเมือง ชะตากรรมของ “พรรคอนาคตใหม่” จึงได้รับการปลอบประโลมอย่าง อบอุ่นจากพรรคเพื่อไทย พิสูจน์สัจจะที่ว่า…

Read More

อดีต กกต. ตั้งคำถาม 5 กกต.มีหนาว “แน่ใจใช้วิธีนี้จัดการ” หลังลงมติ อนาคตใหม่

สมชัย

ภายหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแจกเอกสารเผยแพร่ข่าว ระบุว่าที่ประชุม กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมทั้งความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แล้ว โดยที่ประชุมเห็นว่า การที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจาก นายธนาธร เป็นเงิน 191,200,000 บาท เป็นการกระทำอันฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา ยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ได้โพสต์เฟสบุ๊คแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ โดยระบุข้อความว่า ภาพจาก เฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร “5 : 2 มติเสียงข้างมากในฤดูหนาว อ่านข่าวแจก 8 บรรทัดของ กกต.แล้ว จะเห็นว่าการลงมติของ กกต. ไม่พยายามพูดถึง เงินกู้เป็นเงินบริจาค เพราะเงินกู้คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินบริจาค ดังนั้น จึงไม่สามารถไปเอาความผิดพรรคอนาคตใหม่ว่าไปรับเงินบริจาคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ เหตุผลจึงออกมาในการอิง มาตรา 72 ของ พรป.พรรคการเมือง” แต่หากพิจารณาสาระของมาตรา 72 จะอยู่ที่เงินบริจาคที่ “ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ไม่ใช่เรื่องบริจาคเงินเกินกว่ากฎหมายกำหนด สาระ ของมาตรานี้จึงเป็นการห้าม “เงินสกปรก” ที่จะเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมือง เช่น เงินบ่อน เงินซ่อง เงินค้าอาวุธสงคราม เงินค้าของหนีภาษี ฯลฯ ไม่ว่าจะบริจาคสักกี่บาทก็ตาม ถือว่าห้ามรับ เพราะเป็นการเอาเงินธุรกิจสีเทามาสนับสนุนฝ่ายการเมือง…

Read More

อนาคตใหม่ ติดแฮชแท็กกลัวที่ไหน หลังกกต.ร้องศาลรธน.ยุบพรรค

ธนาธร

จากกรณีที่ประชุมกกต. มีมติส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบ พรรคอนาคตใหม่ ปมนายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้พรรค 191 ล้าน ชี้มีเหตุอันเชื่อได้ว่า เป็นการรับบริจาคเงินโดยแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย นาย ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และตามมาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมือง ที่ห้ามมิให้พรรคการเมือง และผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ต้องศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรค ตามมาตรา 92(3) ของกฎหมายพรรคการเมือง ทางด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกกต.มีมติดังกล่าวออกมา ในโลกออนไลน์ ได้มีการแสดงความคิดเห็นถึงปมร้อนทางการเมืองนี้ ในหลากหลายแง่มุม ขณะที่ทวิตเตอร์ของพรรคอนาคตใหม่ ได้ทวิตข้อความติดแฮชแท็กว่า อนาคตใหม่ กลัวที่ไหน

Read More

ป.ป.ช. เปิดขุมทรัพย์ ธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สุดอู้ฟู่ 5000 กว่าล้าน

ทรัพย์สินธนาธร

วันนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กำหนดวันเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 80 ราย ในกรณีเข้ารับตำแหน่ง 79 ราย และพ้นจากตำแหน่ง 1 ราย ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายนนี้เวลา 08.30-16.00 น. ที่ห้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน อาคาร 1 สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ ในทั้งนี้ สำหรับ บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ ส.ส. ที่เปิดเผยนั้น มีรายชื่อ ส.ส. ซึ่งนับว่าเป็นที่จับตาของสังคมในขณะนี้ อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ สำหรับบัญชีทรัพย์สิน ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 5,632,536,266 บาท หนี้สิน 683,303 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,631,852,962 บาท น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 3,319,567 บาท หนี้สิน 710,512 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 2,609,055 บาท นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 9,984,857 บาท หนี้สิน 2,310,236 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้ 7,674,621 บาท นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 137,785,190 บาท หนี้สิน 22,254,064 บาท…

Read More