หนุ่มเมียนมา เครียดจัดถูกเลิกจ้าง ผูกคอตัวเองดับสลดหลังห้องเช่า

ผูกคอดับ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ร.ต.อ.วิวรรธน์ โพคาสี รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอเสียชีวิต ที่ห้องเช่าหมายเลข 2/7 หลังตลาดบองมาเช่ บ้านปางแก ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยวิชชาธรรมสถานปากช่อง โดยในที่เกิดเหตุพบชายเสียชีวิต 1 ราย ใช้เชือกผูกคอตัวเองที่ประตูหลังของห้องเช่า ทราบชื่อต่อมาคือ นายละ จอ สัญชาติเมียนมา อายุ 38 ปี ที่อยู่ในบัตรสีชมพูประจำตัวคนต่างด้าว ระบุว่า อยู่บ้านเลขที่ 293 ถนน มิตรภาพ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ด้านแพทย์เวร รพ.ปากช่องนานา ได้เดินทางมาร่วมชันสูตรศพ พบว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ร้อยเวรจึงสั่งให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร ที่ รพ.ปากช่องนานา ก่อนประสานญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่า ผู้ตายน่าจะเครียดจากการถูกเลิกจ้างงาน จึงได้ก่อเหตุสลดดังกล่าว

Read More

กสร.เผยปี 62 สถานประกอบการปิดอื้อ ลูกจ้างกระทบหนัก ร้องค่าชดเชย 7 พันกว่าราย

เลิกจ้าง

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อ กสร. จากกรณีถูกนายจ้างเลิกจ้าง และจากการตรวจสอบตัวเลขลูกจ้าง มายื่นคำร้องให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย ในปีงบประมาณ 2561 พบว่า มีสถานประกอบการเลิกจ้าง 607 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบและมายื่นหนังสือร้องเรียน 5,619 คน ส่วนปีงบประมาณ 2562 มีสถานประกอบการเลิกกิจการ 1,017 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 7,703 คน เมื่อเทียบแล้วพบว่าปี 2562 มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ร้อยละ 67.55 ลูกจ้างได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ร้อยละ 37.09 หากเทียบตั้งแต่ ตุลาคม – ธันวาคม 2561 พบว่า มีสถานประกอบการปิดกิจการ 296 แห่ง ลูกจ้างได้รับผลกระทบ 1,101 คน ส่วน ตุลาคม – ธันวาคม 2562 มีสถานประกอบการเลิกกิจการไปแล้ว 365 แห่ง มีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 2,870 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนนี้ยังไม่นับรวม 2 กรณีที่เพิ่งมีการเลิกจ้างล่าสุด คือ โรงกลึงที่จังหวัดชลบุรี ที่มีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 63 ราย และบริษัทที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีลูกจ้างได้รับผลกระทบเกือบพันคน นายอภิญญา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าว ไม่ใช่ตัวเลขสถานประกอบการปิดกิจการทั้งหมด และไม่ใช่ตัวเลขลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ยังมีปัญหา ไม่ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย จึงมาร้องต่อ กสร.ช่วยเหลือเท่านั้น ส่วนตัวเลขการปิดกิจการ การถูกเลิกจ้างจริงๆ นั้นจะอยู่ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งจะมีอยู่ 3 ก้อน คือ1.กรณีถูกเลิกจ้าง2.กรณีสมัครใจลาออก และ3.กรณีสิ้นสุดสัญญาจ้าง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม…

Read More

แฉ บริษัทอะไหล่ยนต์ ไม่ได้เจ๊ง คนงานเชื่อปิดกิจการเปลี่ยนชื่อ โละคน เพื่อจ้างถูกลง

โรงงาน

จากกรณี บริษัทผลิตอะไหล่ยนต์ ประกาศปิดกิจการ เลิกจ้างพนักงานกะทันหันนับพันคน โดยระบุว่า เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยพนักงานได้รวมตัวกันที่สำนักงานสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมนั้น สำหรับบรรยากาศเช้าวันนี้ (24 ธันวาคม) พบว่า ด้านหน้าบริษัทพงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด เงียบเหงา แต่ด้านในก็มีคนงานที่แต่งกายด้วยชุดสีอื่น ซึ่งไม่ใส่เสื้อสีน้ำเงินซึ่งเป็นชุดของพนักงานบริษัทพงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด เมื่อผู้สื่อข่าวลองสอบถาม รปภ.ที่เฝ้าหน้าประตูโรงงานก็บอกว่า คนงานเหล่านั้นเป็นของอีกบริษัทหนึ่งที่มาขอแบ่งเช่าพื้นที่บริษัทพงศ์พาราฯ ในการประกอบธุรกิจซึ่งเป็นอะไหล่ยางยนต์เหมือนกัน จากนั้นผู้สื่อข่าว ก็ได้เดินทางไปที่สำนักงานสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย ซึ่งที่นี่มีพนักงานของบริษัทพงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด มารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อรอรับฟังข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของทางบริษัทผ่านทางสหภาพแรงงานฯ อีกทั้งยังเพื่อร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนเรียกร้องคืนความเป็นธรรม และต้องการไขข้อข้องใจ ที่ทุกคนยังเคลือบแคลงสงสัยว่า การประกาศปิดกิจการครั้งนี้เป็นการปิดกิจการจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ปิดแล้วปลด เพื่อไปขอจดชื่อใหม่ ทำเหมือนกับเปิดโรงงานใหม่ทั้งที่ยังอยู่ในที่เดิม และรับคนงานใหม่ จะได้เป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเรื่องค่าจ้างของทางบริษัทฯ ซึ่งหากเป็นจริงก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมเป็นอย่างมากกับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 997 คน ส่วนสาเหตุที่ไม่เชื่อว่าโรงงานปิดกิจการ เพราะพิษเศรษฐกิจนั้น ก็เพราะว่าทางบริษัทเคยทำในลักษณะนี้กับโรงงานอีกแห่งหนึ่งมาแล้ว พอปิดแล้วก็โละคนงานเก่าทั้งหมด จากนั้นก็ไปขอจดชื่อบริษัทใหม่ แล้วก็กลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในที่เดิม พร้อมกับรับคนงานเข้ามาใหม่ ด้วยอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำนั่นเอง นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ แห่งนี้ก็ยังมีผลกำไรทุกปี อีกทั้งยังมีการให้พนักงานทำงานล่วงเวลาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย จึงทำให้ทุกคนไม่เชื่อว่า บริษัทฯ ปิดกิจการเพราะแบกรับภาระในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำไม่ไหว โดยการมารวมตัวกันนี้ ก็จะดำเนินต่อไปทุกวันจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2562 ซึ่งในแต่ละวันจะสิ้นสุดการรวมตัวกันในเวลาประมาณ 16.00 น. พอหลังจากวันที่ 26 ธันวาคมไปแล้ว ก็จะให้ทุกคนได้เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด แล้วจะนัดหมายกันกลับมารวมตัวอีกครั้งหลังปีใหม่ ด้านนายสาคร ตะภา รองประธานสหภาพฯ เปิดเผยว่า ทางสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างทุกคนไม่มีใครเชื่อว่า บริษัทฯ จะปิดกิจการด้วยเหตุผลพิษเศรษฐกิจ ซึ่งนับจากวันนี้ไปทางสหภาพฯ นอกจากจะคอยให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจนแก่ลูกจ้างแล้ว ยังจะรอฟังด้วยว่าทางโรงงานจะมีการติดต่อเข้ามาอย่างไรบ้าง อีกทั้งยังจะหาคำตอบให้ได้ว่า เหตุผลที่แท้จริงของการปิดโรงงานคืออะไร เพื่อจะได้มีแนวทางในการขับเคลื่อนเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ลูกจ้างทั้งเกือบ 1,000 คนนี้ นอกจากนี้หลังปีใหม่แล้ว เมื่อทุกคนกลับมารวมกันอีกครั้งก็อาจจะมีการเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงแรงงานต่อไป ขณะที่ นายสว่าง เชียงรอด…

Read More

กรมแรงงาน แจง โรงงานปิดกิจการไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องชดเชย 114 ล้านให้พนักงานนับพันคน

กรมแรงงาน

จากกรณีบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ย่านอ้อมน้อย ติดประกาศบริเวณหน้าโรงงานลงวันที่ 23 ธันวาคม ว่า ประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน จนมีการแชร์ภาพและเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับพนักงานนับพันคน โดยบริษัทจะจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมายกำหนด โดยให้เหตุผลด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ โดยจะจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมายกำหนดคือ กลุ่มรับค่าจ้างเดือนละ 2 ครั้ง จะได้รับค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 24 วัน กลุ่มรับค่าจ้างเดือนละ 1 ครั้ง จะได้รับค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 39 วัน ส่วนความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้แจ้งปิดกิจการล่วงหน้า จึงต้องจ่ายเงินชดเชย คือ 1.เงินชดเชยค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้กับลูกจ้าง 2.ชดเชยการเลิกจ้าง 3.เงินชดเชยกรณีวัดหยุดพักผ่อนประจำปีให้กับลูกจ้างที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ โดยต้องนำส่วนนี้มาเปรียบเทียบเป็นจำนวนเงิน และ 4.สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ลูกจ้างจะต้องได้รับตามข้อตกลงในการจ้างงานของทางบริษัท บริษัทแห่งนี้ มีลูกจ้างทั้งหมด 997 คน แบ่งเป็นคนไทย 897 คน เป็นคนเมียนมา 100 คน รวมเงินชดเชยที่ต้องจ่ายให้กับลูกจ้างทุกกรณีรวมเป็นเงิน 114 ล้านบาท โดยทางนายจ้าง ได้แจ้งให้ลูกจ้างทยอยมารับเงินชดเชยเหล่านี้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม หากใครไม่สามารถเดินทางมารับได้ ทางนายจ้างก็จะดำเนินการโอนเข้าบัญชีธนาคารให้ ขอบคุณที่มา ข่าวสด

Read More

จะหางานยากขึ้น ตลาดแรงงานส่งสัญญาณลอยแพเกลื่อน

พนักงานลอยแพ

ต้องบอกเลยว่า ยุคข้าวยากหมากแพงก็ว่าได้ จะเห็นได้ว่า ข่าวปิดโรงงาน ปลดพนักงาน เห็นได้บ่อยมากขึ้น ซึ่งบ้างก็เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ขาดทุนต่างๆนานา ทำคนงานหลายคนเริ่มกลัวว่าตัวเองอาจจะถูกปลดออกเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ผูสื่อข่าวรามยงานว่า นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ผลพวงจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยปี 2562 มีโอกาสติดลบ 1.5-2% สะท้อนถึงการจ้างแรงงานของไทยที่เริ่มชะลอลงตามไปด้วย โดยเฉพาะตลาดแรงงานในภาคการผลิต การผลิตเพื่อส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่งที่ช่วงนี้ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอมรับว่าขณะนี้เริ่มมีสัญญาณการจ้างงานลดลง ประกอบกับบางส่วนปรับมาใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นทั้งหุ่นยนต์และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 2563 อีกประมาณ 5.24 แสนคน อาจต้องประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ดังนั้นรัฐบาลคงต้องประคับประคองด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในแทน สัญญาณการเลิกจ้างจะเริ่มจากมาตรการเบาไป เช่น การเริ่มไม่รับพนักงานคนใหม่ แทนตําแหน่งที่ว่างลง, การใช้หุ่นยนต์ และเครื่องจักรอัตโนมัติ, และหนักขึ้นเป็นการเลิกจ้างบริษัทภายนอกที่เกี่ยวกับแรงงาน, การลดค่าล่วงเวลา, การลดชั่วโมงทำงานหรือลดกะหรือทําบ้างปิดบ้าง, การปิดไลน์การผลิตหรือปิดสาขาที่ไม่จำเป็น, การลดแรงงานกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงทดลองงานไม่ถึง 4 เดือน จนถึงการให้ออกจากงานด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เปิดโครงการเกษียณก่อนเวลาหรือสมัครใจลาออก แรงงานที่มีความเสี่ยง เช่น อายุ 40 ปีขึ้นไปหรือไม่ผ่านการประเมิน”นายธนิต กล่าว นายธนิต กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการปิดโรงงานและการเลิกจ้างสูงขึ้น เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมามีโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร ปิดกิจการและเลิกจ้างคน รวมถึงภาคบริการก็มีการเลิกจ้างพนักงานจํานวนมากของบริษัทแห่งหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตเพื่อส่งออกโดยตรงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง แต่จะมากน้อยเพียงใดก็คงต้องติดตามใกล้ชิด ปัจจุบันแรงงานไทยมีอยู่ประมาณ 37.6 ล้านคน คิดเป็น 56.5% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคลดลง มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตในปี 2562 เป็นปัจจัยกดดันการจ้างงานปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม…

Read More