รมควัน 3 ชีวิตดับ แม่ ลูกสาว หมาอีกตัว เขียนจดหมายลา “พวกเราต้องการอยู่ด้วยกัน”

รมควัน

เกิดเหตุสลดรมควันดับ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ร.ต.อ.ธงศักดิ์ มาแพง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านเลขที่ 442 ซอย 4 หมู่บ้านวราธรวิลล์ ซอยพัฒนาการ 44 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.จุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ในที่เกิดเหตุ เป็นทาวน์เฮ้าส์สูง 3 ชั้น จากการตรวจสอบภายในห้องนอนชั้นที่ 3 พบห้องยังเปิดแอร์และมีกลิ่นควันคละคุ้ง จากการตวรจสอบพบศพ นางวรัญญา สามารถ อายุ 51 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง และ น.ส.วรัญญ์ศิชา สามารถ อายุ 28 ปี ลูกสาว นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างเตียง ส่วนที่ปลายเตียงยังพบศพสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชื่อ ญาญ่า นอนเสียชีวิตอยู่ และพบอุปกรณ์รมควันวางอยู่ ขณะเดียวกันพบจดหมายลาตายเขียนทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้ไปตรวจสอบ ส่วนใจความในจดหมายได้ระบุข้อความไว้ว่า “ดิฉัน นางวรัญญา สามารถ นางสาววรัญญ์ศิชา สามารถ ญาญ่า (โกลเด้น รีทรีฟเวอร์) หากผู้ใดพบเห็นทั้ง 3 ชีวิต ขอให้ท่านดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพราะดิฉันและลูกไม่มีญาติพี่น้อง ขอขอบคุณ ขอให้ท่านมีความสุข ความเจริญ ทั้งตัวท่านและครอบครัว หากเป็นไปได้ขอให้เก็บหรือเผาพร้อมกัน 3 ชีวิตค่ะ เพราะพวกเราต้องการอยู่ด้วยกัน” ทั้งนี้ จากการสอบสวนพยานให้การว่า ทั้ง 2 คน เคยทำธุรกิจอยู่ที่ สปป.ลาว อยู่กันสองแม่ลูก แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีปัญหา จึงเดินทางกลับไทยและเคยบ่นปัญหาเรื่องธุรกิจ กระทั่งวันนี้ญาติไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้…

Read More

หนุ่มลาออกจากงาน หันมาทำนาข้าวพันธุ์สีชมพู หนึ่งเดียวที่พิษณุโลก

ข้าวพันธุ์สีชมพู

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าชื่นชมของชาวเกษตรกร เป็นเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งลาออกจากงาน หันมาทำการเกษตรและปลูกข้าวสีชมพูจนสำเร็จ โดยเพจเฟสบุ๊ค “ลูกชาวนา” ได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความใจความว่า…. ลูกชาวนายุคใหม่น่าชื่นชมมาก หนุ่มเกษตรสองแคว พัฒนาพันธุ์ข้าวสีชมพู หนึ่งเดียวที่พิษณุโลก หนุ่มศิษย์เก่าคณะเกษตร มหาวิทยาลัยนเรศวร ลาออกจากงาน หันมาทำแปลงเกษตรข้าวไรท์เบอรี่ใช้เวลา 3 ปี แยกสายพันธุ์ข้าวจนสามารถปลูกนาข้าวสีชมพูสำเร็จ พริ้งเลดี้ อนาคตอาจจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพนาข้าวสีชมพู ฟรุ้งฟริ้งเต็มทุ่ง จึงได้ตรวจสอบพบว่านาข้าวสีชมพู อยู่ที่แปลงนา บ้านในไร่ เลขที่ 106/8 หมู่ 11 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ของนายจตุรงค์ ชมภูษา อายุ 31 ปี ศิษย์เก่าคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร ได้ผันตัวเอง จากพนักงานบริษัทมาเป็นเกษตรกรนาข้าวแบบเต็มตัว เนื่องจากต้องการที่จะอยู่อาศัยใกล้ชิดกับครอบครัวมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว โดยนายจตุรงค์ ชมภูษา เปิดเผยว่า เริ่มเเรกปี 2556 ตนได้นำเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาจากสุพรรณบุรี เป็นพันธุ์ข้าวไรท์เบอรี่ เพื่อนำมาปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งในช่วงของการปลูกนั้น ตนได้เห็นว่านาข้าวไรท์เบอรรี่ของตน มีใบข้าวที่มีสีชมพู ตนจึงได้นำต้นข้าวสีชมพูคัดแยกออกมา จากนั้น ก็ทดลองปลูกเรื่อยมา ถึง 4 ครั้ง จนสามารถได้เมล็ดและนำมาปลูกในพื้นที่ได้ถึง 4 ตารางเมตร และมีการตั้งชื่อสายพันธุ์ของข้าวว่า ข้าว Pink Lady ทั้งนี้ ในการปลูกที่ผ่านมาเกิดแมลงกัดกินข้าวอย่างหนัก ทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ได้มีน้อย จึงไม่สามารถเพาะสายพันธุ์ได้มากเท่าที่ควร อีกทั้ง ข้าวที่ปลูกนี้เป็นข้าวชีวภาพ เพราะตนต้องการที่จะปลูกข้าวที่เป็นข้าวปลอดสาร แต่จะใช้วิธีการดูแลรักษาแบบใช้น้ำหมักชีวภาพ ในการควบคุมคุณภาพของนาข้าวและประสิทธิภาพของผลผลิตที่จะได้คุณภาพที่มากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องของคุณภาพข้าวที่ผ่านมายังไม่ได้ทดสอบ เพราะเมื่อปลูกเสร็จก็จะเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวเพื่อมาคัดแยกและทดลองปลูก จนสามารถปลูกได้ขนาด 4 ตารางเมตรที่เห็น แต่การที่จะได้ข้าวสีชมพูต้องอยู่กับช่วงเวลาที่ปลูกต้องปลูกในช่วงหน้าหนาว โดยใช้เวลา 120 วัน จึงจะเก็บเกี่ยวได้ นอกจากนี้ ยังได้ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่สีดำควบคู่เพื่อจำหน่าย…

Read More

ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย มอบกระเช้าอวยพรปีใหม่ เหลิม นำทัพ ซักฟอกรัฐบาล

พรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน กลุ่มส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง นำกระเช้าของขวัญปีใหม่เข้าอวยพร ร.ต.อ.เฉลิม โดยขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้ดำเนินกลยุทธ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ได้รับชัยชนะและเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยด้าน ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า หากส.ส.รายใดมีหลักฐานเพิ่มเติมหรือมีข้อมูลชัดเจน ที่จะสามารถนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายอื่นๆ ที่นอกเหนือจาก 5 คนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ได้ ก็สามารถนำมาแจ้งให้กับ กพศ.ได้

Read More

ชื่นชมสองวัยรุ่นออสซี่ ตระเวนช่วยโคอาลาจากกองเพลิง ให้รอดจากไฟป่า

โคอาลา

มีรายงานข่าวจาก เดอะซัน ถึงกระแสชื่นชมสองวัยรุ่นชาวออสเตรเลีย มิกาห์ วัย 19 ปี และ คาเลบ วัย 18 ปี ลูกพี่ลูกน้อง ที่ขับรถตระเวนที่เกาะแคงการู หรือที่ชาวออสเตรเลียตั้งฉายาว่า เกาะกาลาปากอสแห่งออสเตรเลีย เพื่อช่วยเหลือโคอาลาที่หนีไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยช่วยมาได้กว่า 20 ตัวแล้ว คลิปที่แชร์ในเว็บไซต์ Reddit เผยให้เห็นโคอาลาหลายตัวอยู่ในรถ แต่ยังมีโคอาลาอีกจำนวนมากที่หนีไฟป่าไม่ทัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสัตว์ป่าออสเตรเลียอาจตายหลายพันล้านตัว สองพี่น้องใจบุญกล่าวว่าถ้าโคอาลาตัวไหนยังสุขภาพดีก็จะปล่อยให้อยู่ในป่าต่อไป ส่วนตัวที่รอดชีวิตก็จะรักษาจนกว่าจะหายดีและปล่อยคืนสู่ป่า แต่โคอาลา 1 ใน 5 ตัวต้องตายตั้งแต่วันแรกที่ช่วยเหลือเพราะบาดเจ็บหนัก และเท่าที่เห็นสภาพไฟไหม้แล้วคิดว่าโคอาลาส่วนใหญ่ร้อยละ 60 ตายในกองเพลิง ส่วน แซม แมคโกลเน เป็นอีกหนุ่มที่รุดช่วยชีวิตจิงโจ้หนีไฟป่าใกล้กับเมืองเบรดวูด รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อฝ่าเปลวไปเข้าไปช่วยจิงโจ้ตัวน้อยที่หลบอยู่หลังต้นไม้ที่ไหม้เกรียมและอุ้มมันออกมาอย่างปลอดภัย แต่ไม่เห็นวี่แววแม่ของมันเลย หนุ่มแซมช่วยลูกจิงโจ้ สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า หน่วยงานดับเพลิงเร่งดับไฟป่าแข่งกับเวลาที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ เพื่อใช้ความได้เปรียบจากปัจจัยที่อุณหภูมิลดลงและฝนตกแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนคลื่นความร้อนจะถล่มอีกระลอกในสัปดาห์นี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิมีแนวโน้มพุ่งสูงอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค. นายเชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ กรรมาธิการหน่วยดับเพลิงของรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า แม้ในสัปดาห์หน้าสถานการณ์น่าจะยังไม่รุนแรงเท่าที่ผ่านมา แต่ไม่ควรประมาท เนื่องจากไฟป่าหลายจุดใหญ่เกินกำลังที่จะจัดการ ด้วยฝนตกอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นที่จะยุติวิกฤตได้ เจ้าหน้าที่กำลังต่อสู้กับฤดูกาลไฟป่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โหมแรงจากอุณหภูมิที่สูงทุบสถิติและความแห้งแล้งที่แพร่เป็นวงกว้าง ความเสียหายจากไฟป่ามีบ้านเรือนเกือบ 2,000 หลังถูกทำลายในช่วงวิกฤตไฟป่าตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2562 แบ่งเป็นทำลายสิ้นสภาพไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้ 1,500 หลัง และเสียหาย 653 หลัง ยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย สัตว์หลายล้านตัวล้มตาย ขณะที่ประเทศชิลีและอาร์เจนตินาที่อยู่ห่างจากออสเตรเลียออกไปกว่า 12,000 กิโลเมตรยังเห็นควันไฟป่าออสเตรเลีย

Read More

ศูนย์ทนายฯ เปิดข้อกฎหมายแจง ตร.อุบลฯ ห้ามจัด “วิ่งไล่ลุง” ไม่ได้ ชี้ขัดกม.สูงสุดประเทศ

วิ่งไล่ลุง

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แสดงข้อสังเกตทางกฏหมาย กรณีผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ไม่อนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะจากการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ความว่า สืบเนื่องจาก ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะ เลขที่ 11/2563 ลงวันที่ 6 มกราคม 2563 โดยได้ให้เหตุผลว่า “พิจารณาคำร้องของผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ มีวัตถุประสงค์วิ่งเพื่อสุขภาพ และวิ่งเก็บขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ชักชวนประชาชน “วิ่งไล่ลุง” อันหมายถึงการแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจมีการกระทบกระทั่งกับกล่มบุคคลที่มีความเห็นต่าง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และอาจจะไปสู่ความวุ่นวายยากต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย….จึงไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมสาธารณะ” ทางด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เห็นว่า คำสั่งของ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ที่ไม่อนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ชุมนุมโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้เพราะการชุมนุมสาธารณะ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนที่ได้รับการรับรองคุ้มครองไว้ตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิเมืองทางการเมือง ข้อ 21 ประกอบกับพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสั่งว่าจะอนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะหรือไม่ “คำสั่งดังกล่าวจึงไม่มีสภาพบังคับประชาชนสามารถชุมนุมสาธารณะได้โดยชอบด้วยกฎหมายตามที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง” ทั้งนี้ อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน แสดงความคิดเห็นในข้อกฎหมาย ว่า วิ่งไล่ลุง ก็เหมือนการจัดวิ่งต้านยาเสพติด วิ่งเฉลิมพระเกียรติ ฯลฯ นั่นแหละ ไม่ต้องไปแจ้งการชุมนุม เพราะเข้าข้อยกเว้นไม่ถูกบังคับตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 3(3) ที่ระบุว่า การชุมนุมเพื่อจัดแสดงมหรสพ กีฬา ส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกิจกรรมอื่นเพื่่อประโยชน์ทางการค้าปกติของผู้จัดการชุมนุม พ.ร.บ.นี้ไม่ได้ใช้บังคับแก่การชุมนุมสาธารณะ

Read More

เผยภาพ ซากเครื่องบินโบอิ้ง 737 ตกที่เตหะราน สลด 170 ชีวิต ตายยกลำ

ภาพซากเครื่องบินตกที่เตหะราน

วันที่ 8 มกราคม 2563 จากกรณีเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลนส์ บรรทุกผู้โดยสารราวๆ 170 คน ประสบเหตุเครื่องบินตกในอิหร่าน ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยตกหลังบินขึ้นได้ไม่นานจากท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่าม โคไมนี ในกรุงเตหะราน โดยพบว่ามีคลิปนาทีก่อนเครื่องบินตก มีไฟสว่างวาบกลางท้องฟ้า ก่อนเครื่องจะพุ่งโหม่งโลก ต่อมา มีการเปิดเผยภาพซากเครื่องบินจากเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า ซากเครื่องบินกระจายเกลื่อน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ได้เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหัวหน้าหน่วยฉุกเฉินระบุว่า ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดบนเที่ยวบิน พีเอส 752 เสียชีวิตทั้งหมด ภาพเหตุการณ์ ผู้สื่อข่าวBCC ประจำอิหร่าน ได้เปิดเผยภาพซากเครื่องบิน พร้อมระบุว่า แทบไม่มีเศษซากเครื่องบินเหลือให้เห็น

Read More

ผู้นำชีอะห์ในไทย ซัด ดอน ไม่ฉลาด คำพูดเป็นเหตุชักศึกเข้าบ้าน ปมสหรัฐฯส่งซิกก่อนล่วงหน้า

ผู้นำชีอะห์

ภายหลังจากที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีสหรัฐฯ โจมตี อิหร่าน โดยระบุว่า ที่จริงก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯได้ประสานมายังไทยเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา โดยระบุเหตุผลว่า จะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งการแจ้งก่อนล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น รวมถึงมีการติดต่อกับอาเซียนอยู่แล้ว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านั้น โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มกราคม เว็บไซต์ เดอะพับบลิกโพสต์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ “ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี” นักการศาสนาผู้นำมุสลิมชีอะห์ในประเทศไทย ถึงกรณีดังกล่าวระบุว่า “พูดตรง ๆ ผมถือว่าไม่ฉลาดเลยที่ไปพูดแบบนั้น มันเท่ากับว่าไทยกับสหรัฐอเมริกา ให้ความร่วมมือกันในเรื่องนี้ (ลอบสังหาร) ด้วย” ซัยยิดสุไลมาน ได้กล่าวต่อว่า คำพูดแบบนี้ มองลึกๆ มันคือการชักศึกเข้าบ้าน ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไม “ท่านถึงไม่ฉลาดขนาดนั้น” เขาตั้งข้อสังเกตว่า การที่สหรัฐส่งซิกมาให้ไทยก่อน จะกลายเป็นว่า “ไทยมีส่วนเห็นด้วย และให้ความร่วมมือ หรือแม้แต่แค่รู้เห็น ก็ถือว่าหนักมากแล้ว เพราะไทยกับอีหร่านนั้นมีความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ดีมาก” “เป็นคำพูดที่น่าตำหนิ ดึงไทยเข้าไปเกี่ยวโดยที่เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย เขายังตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ไทยจะรู้เรื่องปฏิบัติการนี้จากสหรัฐล่วงหน้า เพราะแม้แต่ “อังกฤษ สภาคองเกรส และชาติยุโรปพันธมิตรใกล้ชิดของ สหรัฐ ก็ยังไม่รู้ปฏิบัติการนี้เลย แล้วนับประสาอะไรกับคุณดอน ที่จะมารู้ก่อนล่วงหน้าเขา” ซัยยิดสุไลมาน กล่าว

Read More

ชมคลิปนาที โบอิ้งระเบิดตูม กลางท้องฟ้ากรุงเตหะราน ก่อนเครื่องดิ่งตก ไฟลุกท่วมทั้งลำ

เครื่องบิน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม บลูมเบิร์กได้ระบุจากรายงาน สำนักข่าวไอเอสเอ็นเอ ของรัฐบาลอิหร่าน ว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครน อินเตอรฺเนชั่นแนล แอร์ไลนส์ บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือราว 180 คน ประสบเหตุตกใน อิหร่าน ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยัง กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยตกหลังบินขึ้นได้ไม่นาน จากท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่าม โคไมนี ในกรุงเตหะราน ล่าสุด บัญชีทวิตเตอร์ Ali Hashem นักข่าวบีบีซีอิหร่าน ได้รายงานความคืบหน้าเตรื่องบินโบอิ้งตกที่ อิหร่าน โดยเป็นคลิปที่ถ่ายไว้ตอนที่เครื่องบิน Ukraine Flight PS752 ขึ้นบินจากท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่าม โคไมนี ในกรุงเตหะราน ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดระเบิดกลางท้องฟ้า ไม่กี่วินาทีก็พุ่งตกกระแทกพื้น จนไฟลุกท่วมทั้งลำ #Breaking First footage of the Ukrainian airplane while on fire falling near #Tehran pic.twitter.com/kGxnBb7f1q — Ali Hashem علي هاشم (@alihashem_tv) January 8, 2020 โดยรายงานข่าวแจ้งว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือ 180 คน และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิต

Read More

ปี 2563 ไทยจะประสบภัยแล้งรุนแรงและยาวนานในรอบ 40 ปี

ภัยแล้ง

กรมอุตุฯ คาดการณ์ว่าประเทศไทยต้องเผชิญฝนแล้งยาวนานจนถึงเดือน มิถุนายน โดยคาดว่าปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน “ปริมาณฝนน้อยใกล้เคียงกับปี 2522 แต่ปริมาณความต้องการการใช้น้ำปีนี้มากกว่าในอดีต จากข้อมูลขณะนี้สถานการณ์การใช้น้ำและผลกระทบรุนแรงกว่าปี 2558 แล้ว” นายสุรพงษ์ สารปะ ผอ.กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายเพิ่มเติม ประชาชนย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ทยอยนำขวดพลาสติกมากรอกน้ำที่การประปานครหลวง สำนักงานนนทบุรี ซึ่งการประปานครหลวง ได้สนับสนุนน้ำประปาดื่มได้ จากน้ำประปาโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง “บางพื้นที่แล้งมาตั้งแต่ปลายเดือน พฤศจิกายน ปีที่แล้ว หรือช่วงสิ้นฤดูฝน ประเมินว่าน้ำในเขื่อนหลักที่ส่งเข้ามายังเจ้าพระยาต่ำกว่าปกติ” หน่วยงานด้านน้ำ ได้แก่ สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมอุตุนิยมวิทยา การประปานครหลวง ประชุมร่วมกันวันนี้ (6 ม.ค.) เพื่อวางมาตรการรับมือ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ รับมือวิกฤตน้ำแล้ง ปัญหาใหญ่ที่มีการพูดถึงในที่ประชุม คือ ปัญหาความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่ง กระทบต่อการผลิตน้ำประปาของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และปัญหาน้ำแล้งในหลายภูมิภาค ที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศว่ามีอยู่ร้อยละ 60 รวม 49,591 ล้านลูกบาศก์เมตร แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง มีปริมาณน้ำใช้การร้อยละ 43 โดยเป็นแหล่งน้ำที่ต้องเฝ้าระวังน้ำน้อย 14 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวง ภูมิพล สิริกิติ์ แม่มอก ทับเสลา กระเสียว จุฬาภรณ์ อุบลรัตน์ ลำพระเพลิง ลำแซะ ลำนางรอง ป่าสักฯ คลองสียัด และหนองปลาไหล สถานการณ์แม่น้ำสายหลัก ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย…

Read More

โฆษก กต.ยืนยัน ไทยไม่รู้เรื่อง สหรัฐฯลอบสังหารนายพลอิหร่าน ชี้ข้อมูลก่อนหน้านี้ คลาดเคลื่อน

โฆษก กต.

จากกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. กรณีที่นายปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องการให้รัฐบาลส่งสัญญาณให้ประเทศในอาเซียน ส่งสัญญาณให้สหรัฐอเมริกา ประนีประนอม หรือพูดคุยเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ว่า ที่จริงก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯ ได้ประสานมายังไทยเมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา โดยระบุเหตุผลว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งการแจ้งก่อนล่วงหน้าหนึ่งวัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ล่าสุด น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีมีข่าวว่าสหรัฐได้แจ้งให้ไทยทราบก่อน ที่จะมีการปฏิบัติการในอิรักว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด

Read More