Home Blog Page 256

แม่ลูกชาวลาว กอดกันร้องไห้ กระเป๋าหายเงินพร้อมเอกสารสำคัญเกลี้ยง

เมื่อเราต้องเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุด นอกเหนือจากเงินแล้วเอกสารต่างๆที่อยู่ในกระเป๋าล้วนสำคัญทั้งสิ้น หากสูญหายไปก็ต้องเกิดปัญหายุ่งยากตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อเราไปพบเจอกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติ นึกถึง…ใจเค้าใจเรา เราควรรีบนำมันไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อตามหาและส่งคืนเจ้าของให้ได้โดยเร็วที่สุด

เช่นเดียวกับเรื่องราวของสองแม่ลูก ชาว สปป.ลาว ซึ่งได้รับการเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Kanitta Anamnart ขอความร่วมมือจากชาวเน็ต เพื่อช่วยกันตามหากระเป๋าสตางค์ของทั้งสองคน ที่เกิดหล่นหายไปบนรถไฟฟ้าระหว่างเดินทางไปตลาด

โดยได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า

“วันนี้เจอสองแม่ลูกเป็นคนลาวขึ้นรถไฟฟ้าตากอนุเสาวรีย์มาต่อรถรถไฟฟ้าที่พารากอนเพื่อจะไปตลาดพลูแต่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถไฟฟ้าที่จะไปสุขุมวิท เวลาประมาณบ่าย 3 โมงกว่าในกระเป๋ามีเงินจำนวนหนึ่ง มีพลาสปอร์ด มีบัตรประชาชนลาวและโทรศัพท์ น้องร้องไห้กอดกันแม่ลูกเพราะพรุ่งนี้น้องจะกลับไปเยี่ยมบ้านเอกสารสำคัญและ เงินหายหมดน่าสงสารมากๆๆถ้าใครเจอกระเป๋าคิตตี้สีชมพูใบเล็ก บนรถไฟฟ้าขอความกรุณาช่วยคืนให้น้องด้วยนะคะเห็นแล้วสงสารน้องมากๆๆใจเค้าใจเรานะคะ

คิดต่อ 082-51765265 รบกวนเพื่อนๆช่วยแชร์กันช่วยสองแม่ลูกด้วยนะคะ”

ขอขอบคุณเฟซบุ๊ก Kanitta Anamnart

คนไทย 50 กว่าชีวิต ถูกนายจ้างทิ้งไว้กลางทะเล ที่โซมาเลีย

เป็นเรื่องราวของคนไทยที่ไปทำงานต่างแดนและกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aom August โดยเจ้าตัวได้โพสต์ถึงคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งระบุข้อความว่า…

“มีคนไทย50กว่าชีวิตต้องการความช่วยเหลือ พาพวกเขากลับบ้าน ขณะนี้พวกเขาอยุ่บนเรือประมง ชายฝั่งเขต โบซาโซ่ ประเทศโซมาเลีย ถูกนายจ้างคนไทยพาไปทำประมง แล้วเชิดเงินทิ้งพวกเขาไว้ กลางทะเล น้ำมันเดินเรือ น้ำดื่ม อาหารหมด เราช่วยพวกเขาได้อย่างไร ช่วยแนะนำด้วยนะครับ หลายคนในนั้นเขาเป็นคนบ้านเดียวกับผม ฝากเพื่อนช่วยแชร์กันนะครับ เผื่อการช่วยเหลือจะเร็วขึ้น”

โพสต์ดังกล่าว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aom August

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aom August

ล่าสุดทางเพจไทยรัฐเผยว่า จากการติดต่อนายองคราช สายพันธ์ อายุ 37 ปี ชาวบ้านโคกใหม่ ต.สำโรงใหม่ อ.ลำหานทราย จ.บุรีรัมย์ ทราบว่า ผู้ที่ขอความช่วยเหลือ คือ นายชิงชัย ชะรารัมย์ อายุ 35 ปี เพื่อนคนบ้านเดียวกัน โทรศัพท์ทางวิดีโอคอลมาหา พร้อมขอให้ประสานเจ้าหน้าที่ ให้มาช่วยเหลือด่วน

เนื่องจากถูกนายจ้างคนไทยหลอกให้ไปทำงานประมง โดยขึ้นเครื่องบินจากไทยไปประเทศอิหร่าน แล้วลงเรือไปประเทศโซมาเลีย จากนั้นได้ทำงานบนเรือประมงนาน 5-6 เดือน กระทั่งรู้สึกว่าไม่ได้รับเงินค่าจ้าง

และมาทราบว่านายจ้างที่เป็นคนไทยด้วยกันหอบเงินหนีไปแล้ว และขอร้องให้ตนประสานหน่วยงานภาครัฐให้มาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพระตอนนี้คนไทยอยู่บนเรือประมง 2 ลำลอยอยู่กลางทะเลชายฝั่ง โบซาโซ่ ประเทศโซมาเลีย มีลูกเรือเป็นคนไทยประมาณ 50 คน ชาวประเทศอื่นอีกประมาณ 10 คน ไม่มีน้ำมันเดินเรือต่อ โดยเฉพาะอาหารกับน้ำเริ่มหมดแล้ว

ลีน่าจัง ไลฟ์สดตกเก้าอี้ (คลิป)

เรียกได้ว่าหลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ ลีน่า จัง ล่าสุดมีคลิปให้ชาวเน็ตแห่แชร์และให้และความสนใจกันเป็นอย่างมาก เป็นคลิป ลีน่าจัง ขณะไลฟ์สดนั่งลงเก้าอี้ แต่งานนี้ทำเอาฮาจนท้องแข็ง เมื่อลีน่าจัง นั่งแล้วเก้าอี้เกิดขาพับ ทำเอาหงายหลังตกลงพื้นอย่างจัง งานนี้จะทั้งฮาทั้งน่าสงสารขนาดไหนเราไปชมคลิปพร้อมๆกันเลยจ้า

ไลฟ์สด

ตกเก้าอี้

เจ็บไหม

สงสาร

หื้ม

คลิป

ขอบคุณคลิปจากYOULIKE (ข่าวสด)

มกราปีหน้า นโยบายมารดาประชารัฐมาแน่ รัฐจ่าย1.8 แสน แม่ถือบัตรคนจนตั้งแต่ท้องจนลูกถึง6ขวบ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวสารดีๆ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับโครงการมารดาประชารัฐ ตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

โดยล่าสุด นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกมาเผยถึงเรื่องนี้ว่า…

จะให้สิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ขณะนี้กำลังดูในรายละเอียด ซึ่งโครงการมารดาประชารัฐและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นส่วนหนึ่งที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ผลักดันมาโดยตลอด ทั้งนี้ในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องมีการปรับปรุง

เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียน 14.5 ล้านคน ซึ่งในส่วนนี้มีคนที่ไม่เข้าข่ายอยู่ ดังนั้นจะล้างทิ้งอย่างไร อีกทั้งมีคนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับโครงการมารดาประชารัฐ เป็นการให้สวัสดิการแก่มารดาตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงบุตรอายุ 6 ขวบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในเดือน ม.ค. ปีหน้า

เมื่อถามย้ำว่า จะให้สิทธิมารดาประชารัฐเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า กำลังศึกษากันอยู่ คาดว่าจะเริ่มจากคนที่มีรายได้น้อยก่อนและจะมีการขยายต่อไป

อย่างไรก็ตามในส่วนของงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่นั้น มีทีมงานศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งบางส่วนมีงบฯปกติอยู่แล้วในเรื่องสวัสดิการ เช่น สวัสดิการให้หญิงตั้งครรถ์ที่จะคลอด ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้งบฯ เหล่านี้ไม่ซ้ำซ้อนและเติมเต็มในส่วนที่เหลืออย่างไร

สำหรับครอบครัวที่วางแผนจะมีลูก ยังไงก็อดใจรอกันอีกนิดนะคะ ปีหน้าจะได้รับเงินดูแลอย่างแน่นอน โดยรัฐเริ่มจ่ายให้ตั้งแต่ท้องแล้ว ยังได้เงินดูแลเลี้ยงดูลูกไปจนถึงอายุ 6 ขวบกันเลยทีเดียว

2ผัวเมียดวงเฮง ตามซื้อทะเบียนรถยนต์ มา 2 ปี จนถูกรางวัลที่ 1

เศรษฐีใหม่เกิดขึ้นที่ อุตรดิตถ์ มี สองผัวเมีย ถูกรางวัลที่ 1 ประจำวันที่ 1 ส.ค.62 หมายเลข 387006 ชุดที่ 57 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้าน ทราบชื่อภายหลังคือ นายรัส คำเต่ย อายุ 50 ปี และ นางกมลชนก (บาง )คำเต่ย อายุ 40 ปี และวันนี้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองไว้แล้ว

ผู้โชคดีถูกรางวัล

นายรัส คำเต่ย อายุ 50 ปี สามี กล่าวว่า อาชีพปัจจุบันรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ที่ด่านภูดู่ อ.บ้านโคก ปัจจุบันอยู่กินกับนางกมลชนก (บาง ) คำเต่ย มีลูกด้วยกัน 3 คน ชาย 2 คน หญิง 1 คน ทราบมาว่า เมียได้ชื้อลอตเตอรี่ชื้อมาจากพ่อค้าขับรถจักรยานยนต์ตามหมู่บ้าน

ซึ่งเลขดังกล่าวเป็นเลขทะเบียนรถกระบะ ยี่ห้อ มาสด้า สีบรอนซ์ทะเบียน บค-2006 อุตรดิตถ์ จะชื้อเลขนี้ตามมาตลอดเป็นเวลา2ปี ปกติทางครอบครัวชอบทำบุญ ทุกๆวันจะนำอาหารไปให้ แมวและสุนัขที่วัดน้ำริดเหนือ ใกล้บ้านและเมียจะเป็นคนกตัญญูดูแลพ่อแม่สมัยยังมีชีวิตอยู่ อาจจะเป็นผลบุญและความกตัญญูก็ได้จึงมีโชคใหญ่ขนาดนี้

สลากชุด 2 ใบ

ทางด้าน นางกมลชนก (บาง )คำเต่ย อายุ 40 ปี คนชื้อลอตเตอรี่ กล่าวว่า ตนชื้อที่หน้าบ้าน เห็นมีคนขับขี่จักรยานยนต์มาขาย อายุประมาณ 40 ปี ทราบว่าเป็นคนจังหวัดเลย บอกว่าจะรีบกลับบ้านเหลือไม่กี่ชุดเห็นว่ามีเลขท้าย 006 ตรงกับทะเบียนรถของสามี บค.20006 อต.จึงได้ขอชื้อไว้

ซึ่งเป็นหวยชุด 2 ใบ เมื่อเช้าวันที่ 1 สิงหาคม 62 เวลา ประมาณ 08.00 น.ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.รู้ว้าถูกลอตเตอรี่ ตนและสามีจึงไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์

ทั้งนี้ก่อนที่มาถูกหวยนั้นฝันเห็นพ่อและแม่ ส่วนเงินที่ถูกรางวัลในครั้งนี้จะนำไปทำบุญอีกส่วนหนึ่ง จะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูกๆและจะปรับปรุงต่อเติมบ้านเสียใหม่ส่วนลอตเตอรี่ดังกล่าวจะนำไปขึ้นรางวัลต่อไป

ขอบคุณ เอก ศรีสุวรรณ

ภาพสุดประทับใจ ‘น้องแพร’ ลูกสาวรองตี๋กอด เสี่ยรถเบนซ์ จูงมือเดินออกจากศาล (คลิป)

เป็นเรื่องราวที่ทำเอาคนไทยทั้งประเทศซึ้งไปตามๆกันเลยทีเดียว แม้จะเป็นเรื่องร้ายแต่ก็มีมุมดีๆ ที่ทำเอาหลายคนประทับใจไม่น้อย ต่อกรณีที่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ นักธุรกิจวัย 56 ปี ได้ขับรถชนรถยนต์ชนกับรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร หรือตี๋ งามสุวิชชากุล จนเป็นเหตุให้อีกฝ่ายเสียชีวิตพร้อมภรรยา ขณะที่ลูกสาววัย 12 ขวบได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน…ได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวไปแล้ว ทางด้านของนายสมชายก็ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว โดยระบุว่าตนเองยืนยันว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนของรอง ผกก.เป็นอย่างดี และสัญญาว่าจะดูแลเหมือนลูกเหมือนหลาน

เจ้าตัวยังได้ให้ความช่วยเหลือ…ด้วยการมอบเงินเพิ่มเติมอีก 40,000 บาทต่อเดือน โดยให้ลูกสาวทั้งสองของผู้เสียชีวิตคนละ 10,000 บาท และค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีก 20,000 บาท เป็นเวลานาน 8 ปีด้วยกัน

และในวันนี้ลูกสาวของ พ.ต.ท.จตุพรทั้งสองก็ได้มาร่วมฟังคำพิจารณาคดีด้วย บรรยากาศนั้นก็ค่อนข้างจะเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเฉพาะในส่วนของ ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล หรือน้องแพร ลูกสาวคนเล็กวัย 12 ปี

ที่ได้แสดงความสนิทสนมกับนายสมชายด้วยการเข้าไปกอดอีกฝ่ายและทั้งคู่ยังจูงมือกันเดินไปราวกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ สร้างความประทับใจให้แก่คนที่เห็นอย่างมากมาย

ชมคลิป

ขอบคุณ YOULIKE ข่าวสด

หนุ่มใหญ่ออกมาพูดแล้ว หลังโดนสังคมด่า ถูก 12 ล้านแล้วทิ้งเมีย พร้อมแฉกลับ

จากกรณีเรื่องราวของ นางสาวชญาภา แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นทอด ออกมาร้องเรียนว่านายวิชัย จ่าพิมาย หรือ น้อย อดีตสามีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จำนวน 12 ล้านบาท งวดวันที่ 15 ก.ค. 62 จากนั้นก็ติดต่อสามีไม่ได้ และมาทราบว่าสามีได้ไปแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น

โดยทราบจากสเตตัสในเฟซบุ๊กของสามี เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 62 โดยสามีไม่ได้กลับมาดูแล ให้เงินไว้เพียง 10,000 บาท จึงต้องการที่จะเรียกร้องสิทธิค่าดูแลและค่าเลี้ยงดู

ล่าสุด วันที่ 1 ส.ค. 62 นักข่าวลงพื้นที่ไปยัง บ้านของนายพิชัย ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ไม่พบนายวิชัย ประตูบ้านถูกล็อก จึงสอบถามนายทองอุ่น สร้างการนอก เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า นายวิชัยและภรรยา ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน พาพี่สาวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ซึ่งที่ผ่านมาหลังนายวิชัยถูกหวย 12 ล้านบาท ก็เห็นว่าซื้อทองให้ภรรยาใส่ และซื้อรถกระบะคันใหม่ ในส่วนนิสัยใจคอ นายวิชัยเป็นคนขยันทำมาหากิน แต่ก็เจ้าชู้ โดยมีเมียแล้ว 3 คน เมียคนแรกเป็นคนหนองคาย และเมียคนที่สองคือนางสาวบุญเร ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน ที่อยู่กินด้วยกันตอนนี้ และนางสาวชญาภา แม่ค้าขายลูกชิ้น

ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่านายวิชัยจะพานางสาวชญา มาที่บ้านเลยสักครั้ง นางบุญคำ สารสี น้องสาวของภรรยานายวิชัย เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียใจที่นางสาวชญาภา ได้ให้ข่าวอย่างนั้น ทำให้ครอบครัวตนเองเสียหาย

ซึ่งที่จริงแล้วนายวิชัย ได้คบกับนางสาวบุญเร พี่สาวของตน มาหลายปีแล้ว ก่อนที่จะคบกับน.ส.ชญาภา ที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็แวะมาหาพี่สาวเป็นประจำ อยากให้สังคมเข้าใจครอบครัวตนด้วย

นายวิชัย จ่าพิมาย หรือ น้อย อดีตสามีของนางสาวชญาภา ยืนยันว่า ตนได้เลิกกัน ก่อนถูกหวย 12 ล้านบาท ประมาณ 15 วัน โดยไม่มีการติดต่อกัน หลังจากนั้นอดีตภรรยาทราบข่าวว่าตนเองถูกหวย ก็พยายามติดต่อมา เพื่อขอเงินไปใช้หนี้

ซึ่งตนได้ให้ไปก่อนหน้านั้นจำนวน 10,000 บาทแล้ว และคิดว่าจะให้เพิ่มอีก แต่พี่สาวป่วย จึงต้องรีบเดินทางมาดู ยืนยันว่าตนไม่ใช่คนใจร้าย ในส่วนที่นางสาวชญาภา บอกว่าจะขอแค่ 200,000 บาท เดิมทีตนจะให้อยู่แล้ว แต่มาทำแบบนี้ ทำให้ตนเสียหาย เลยคิดว่าไม่ให้แล้วดีกว่า เพราะรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติกัน

ที่ผ่านมาตนทำงานหาเงินก็เอาเงินให้ใช้มาโดยตลอด ไม่เคยขาด แต่ติดตรงที่อดีตภรรยาเป็นคนชอบสร้างหนี้สิน หาเท่าไรก็ไม่พอ จึงทำให้เบื่อหน่าย และเลิกกันในที่สุด ส่วนเรื่องที่ตนแต่งงานใหม่ ไม่เป็นความจริง เพราะภรรยาที่อยู่ด้วยตอนนี้ คบกันมาก่อนที่จะคบกับนางสาวชญาภา ซึ่งเจ้าตัวก็รับรู้ทุกอย่าง ตอนนี้อยากให้สังคมเข้าใจตนเองด้วย

ขอบคุณ amarintv

ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน ‘เอ๋ ปารีณา’ ออกจาก ส.ส.

กลายเป้นกระแสร้อนแรงอีกครั้ง สำหรับการร่วมลงชื่อถอดถอน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ภายหลังโพสต์เฟซบุ๊กบ่อยครั้ง พาดพิงถึงหลากหลายคนในโลกออนไลน์ อย่างล่าสุดที่โพสต์ถึง ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.อนาคตใหม่ รวมถึง อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน ลามไปจนถึงพี่สาวของอั๋น คือ ‘ดร.แอน ภูวนิดา คุณผลิน’ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย-เพื่อไทย

จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สำหรับพฤติกรรรม จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้เผยถึงการแสดงความคิดเห็นของน.ส.ปารีณา

เป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่อยากก้าวก่าย ต้องเคารพสิทธิแต่ละคน โดยได้ย้ำถึงสองครั้ง การเป็นประธานส.ส. มีหน้าที่แบ่งเบาปัญหาของส.ส. รับมาเพื่อแก้ไขและควบคุมพื้นที่ให้ทำงานได้มากกว่า

และล่าสุด แคมเปญ ‘ลงชื่อถอดถอน ปารีณาพ้นสภาส.ส.’ เนื่องจากนางสาวปารีณา ทำผิดมาตรา 270 วรรคหนึ่ง มีใจความว่า’ 1. live สด พูดจาเพ้อเจ้อ ด่าทอถึงผู้อื่น 2. เคยต้องคดีค้าอาวุธ 3. เคยต้องสงสัยฟอกเงิน พระเครื่อง 24 ล้าน 4.ตอบกลับประชาชนที่มาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรงและหยาบคาย 5. หมิ่นประมาทด่าทอถึงบุคคลอื่นตลอดเวลา ก่อให้เกิดความขัดแย้ง 6.เอ่ยถึง ส.ส. พรรคอนาคตใหม่(คุณช่อ) ด้วยวาจาที่หยาบคาย ไม่มีมารยาทในสังคมไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน 7.ทำให้เสียภาพลักษณ์ของทางราชการในมาตรา 5 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20000 คน สามารถล่ารายชื่อถอดถอนให้พ้นสภาพได้ตามมาตรา 164′

โดยมีการลงชื่อในเว็บไซต์ www.change.org ล่าสุดพบว่า เมื่อเวลา 09.21 น. มีประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนแคมเปญใกล้ทะลุ 5,400 คนแล้ว สาเหตุที่ล่ารายชื่อถอดถอน เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเลือกจากประชาชนเข้าไปทำงานในสภา ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน

ทำงานจากเงินภาษีของประชาชน ไม่ควรเป็นตัวอย่างที่ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้ง ในกรณีที่ อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กโต้กลับอย่างดุเดือด พร้อมทั้งสอนมารยาท เอ๋ ปารีณา เกี่ยวกับกรณีที่ออกมาแสดงความเห็น ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ นางเอกชื่อดัง อดีตภรรยาของ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.อนาคตใหม่

จากนั้น…เอ๋ ปารีณา ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ถึง อั๋น ภูวนาท โดยลามไปถึงพี่สาวของอั๋นอย่าง ดร.ภูวนิดา คุณผลิน อดีต สส. พรรคไทยรักไทย และอดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และล่าสุด ทำท่าจะไม่จบ เมื่อพี่สาว อั๋น ภูวนาท ดร.ภูวนิดา คุณผลิน ได้ออกมาตอบโต้ “เอ๋ ปารีณา” พร้อมเสนอ 2 ทางเลือกให้เอ๋ คือ 1.ลบข้อความที่กล่าวหาจากสื่อทางสังคม Social Media) ทุกอันที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของ ดร.อั๋น

และลงข้อความขอโทษดร.อั๋นแทน และ 2.ผลของการละเมิดสิทธิ ด้วยการฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ค่ะ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

หนุ่มน้ำใจงาม เจอชายปั่นจักรยาน ขนย้ายของท่ามกลางแดดร้อนจัด ระหว่างทาง อาสาเอาจักรยานขึ้นรถกระบะ เดี๋ยวผมไปส่งเอง

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆในโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟสบุคชื่อว่า Natthakrit Khamchoo ได้โพสต์เรื่องราวของเขาในการช่วยเหลือ คนไทยด้วยกัน จากการที่ตัวเองได้พูดคุยสอบถามชายหนุ่มปั่นจักรยานที่เจอกันระหว่างทาง จนเกิดเป็นเรื่องราวดีๆดังกล่าว

เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความระบุว่า

สอบถามขั้นต้นคือจะย้ายถิ่นฐานที่ทำงาน อาจจะเป็นความจำเป็นหลายๆเรื่องที่ต้องใช้จักรยานในการขนย้าย ปั่นจากนิคมเอเชียระยองไปพัทยาเพื่อที่จะไปหาญาติแต่แดดก็ร้อนมาก ผ่านมาเจอ พอดี จึงสอบถามรายละเอียดคร่าวๆทางผ่านพอดีจึงได้ยกขึ้นหลังกระบะนำส่งที่พัทยา #ไม่ได้คิดจะสร้างภาพแต่คนไทยด้วยกันช่วยเหลือได้ก็ช่วยกันไปเศรษฐกิจแบบนี้”

#ไม่ได้คิดจะสร้างภาพแต่คนไทยด้วยกันช่วยเหลือได้ก็ช่วยกันไปเศรษฐกิจแบบนี้

สุดยอดไปเลย คนไทยต้องมีน้ำใจ

.

โพสต์ดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูล : Natthakrit Khamchoo

ข่าวล่าสุด